ชะลอการเก็งกำไร หรือทยอยซื้อเมื่ออ่อนตัว แนวรับ 1350-1360 จุด
คาดดัชนีฯ ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน แนวรับ 1360/1350 จุด แนวต้าน 1390/1400 จุด การเมืองยังเป็นปัจจัยกดดัน จากความเสี่ยงทั้งจากการชุมนุม และประเด็นการเลือกตั้ง วันนี้ไม่มีปัจจัยบวกจากภายนอก
คาดดัชนีฯ เข้าสู่ช่วงของการปรับฐาน แนวรับ 1360/1350 จุด แนวต้าน 1390/1400 จุด แม้วันนี้อาจมีโอกาสของการดีดตัวได้บ้าง แต่คาดว่าการรีบาวด์จะมีจำกัด โดยปัจจัยด้านการเมืองยังเป็นแรงฉุดหลัก หลังวานนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ถูกป.ป.ช. ขี้มูลความผิดคดีจำนำข้าว ทำให้คาดการชุมนุมของกลุ่มต่างๆจะร้อนแรงขึ้น และมีความเสี่ยงเกิดเหตุรุนแรง ส่วนประเด็นการเลือกตั้ง ยังมีปัญหาว่าจะจัดได้หรือไม่ และเมื่อใด (กกต.นัดรัฐบาลหารือ 14 พ.ค.) ด้านปัจจัยต่างประเทศ มีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ ด้านปัญหายูเครนยังตึงเครียด
จะมีการโหวตแบ่งแยกดินแดนในวันอาทิตย์นี้ แนะนำ ขึ้นขาย-เพื่อรอซื้อคืนหรือเล่นเก็งกำไรบริเวณแนวรับ 1360 จุด เน้นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีปันผลดี (ตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 1350 จุด) การเมืองในประเทศ ทวีความตึงเครียดเพิ่ม หลังวานนี้ ป.ป.ช. มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว และให้แยกสำนวนการถอดถอนส่งไปยังวุฒิสภา เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ส่วนคดีอาญานั้น ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปจนกว่าจะสิ้นกระแสความ ซึ่งประเมินเพิ่มความร้อนแรงของเวทีชุมนุมนปช. ในวันพรุ่งนี้ ส่วนประเด็นการเลือกตั้งยังมีปัญหา ในข้อกฎหมายว่ารักษาการนายกฯ คนใหม่ จะมีอำนาจหรือไม่ ประกอบกับวันเลือกตั้งที่เหมาะสมที่กกต. จะหารือรัฐบาลในวันที่ 14 พ.ค.
ปัจจัยต่างประเทศ ยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ หลังวานนี้ ECB และ BOE ตรึงดอกเบี้ยตามคาดและไม่มีมาตรการอื่นเพิ่มเติม โดยมีการคาดการณ์จากรอยเตอร์ว่า ECB จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพื่อให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงก็ต่อเมื่อยูดรพุ่งขึ้นถึงระดับ 1.42 ดอลลาร์/ยูโร ส่วนหุ้นสหรัฐฯ ถูกแรงขายทำกำไรช่วงท้ายตลาดหลัง ดัชนีฯ ไม่สามารถขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ที่ซื้อขายในระดับ PE ที่สูงถึง 34 เท่า เป็น 2 เท่าของ PE โดยรวมที่อยู่ที่ 17 เท่า ด้านปัญหายูเครนยังตึงเครียด โดยในวันอาทิตย์นี้จะมีการลงประชามติแยกตัวเป็นอิสระของจังหวัดลูฮันส์กและโดเนตส์กทางตะวันออกของยูเครน






