วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ถือหุ้นโนเบิลเล็งฟ้องศาล

ผู้ถือหุ้นรายย่อย "โนเบิล" เตรียมยื่นฟ้องศาลแพ่ง หากนายทะเบียนไม่เพิกถอนมติเพิ่มทุนขายพีพีแบบเร่งด่วน หลังยื่นหลักฐานให้พิจารณาแล้ว

นายสุวัฒน์ พฤกษ์เสถียร ตัวแทนกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย เปิดเผยว่าขณะนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัท โนเบิลดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) ได้อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารและหลักฐาน รวมถึงผู้ถือหุ้นที่ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มทุนเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 200 ล้านหุ้น เพื่อยื่นฟ้องศาลแพ่งให้เพิกถอนการลงมติดังกล่าว

ทั้งนี้กรณีนี้เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 โดยในที่ประชุมมีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเสนอให้บริษัทเพิ่มทุนเสนอขายหุ้นแบบพีพี จำนวน 200 ล้านหุ้นและก็มีการลงมติดังกล่าว ซึ่งในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของบริษัท คือ ABN AMRO Nominees Singapore PTE LTD ถือครอง 24.06% ซึ่งบริษัทอ้างว่า หนังสือมอบอำนาจที่ได้รับมามีอายุเกิน 3 เดือน ทำให้ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายดังกล่าว ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในครั้งนี้ หากพิจารณาการยื่นมติการเพิ่มทุนแบบพีพีในการพิจารณาวาระอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ควรแจ้งล่วงหน้าให้ผู้ถือหุ้นรับทราบก่อน

นอกจากนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมือนบริษัทได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นดำเนินการเสร็จภายในเวลา 13.00 น. ต่อมาในเวลา 16.00 น.บริษัทได้ยื่นเรื่องให้นายทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ พิจารณารับมติการเพิ่มทุนทันที ซึ่งใช้เวลาพิจารณา 3 ชั่วโมง ซึ่งแสดงว่า บริษัทมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

"ตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อย ได้เตรียมหลักฐานเพื่อจะดำเนินการยื่นฟ้องศาลแพ่งต่อไป หากนายทะเบียนไม่เพิกถอนมติการเพิ่มทุนขายหุ้นพีพี หลังจากที่ได้อนุมัติไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่า บริษัทไม่ได้แจ้งว่ามีผู้คัดค้านจากการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าว ซึ่งจริงๆ แล้วมีเหตุการณ์รายละเอียดอีกหลายอย่าง ที่ทำให้เห็นว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในการเพิ่มทุนครั้งนี้หากนายทะเบียนไม่เพิกถอนภายใน 30 วัน กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยก็ยื่นฟ้องศาลให้พิจารณาต่อไป"

เขากล่าวว่า ตามกฎหมายแนวทางในการขอเพิกถอนมติในการประชุมผู้ถือหุ้นมี 2 แนวทางได้แก่ 1.ยื่นเรื่องขอเพิกถอนจากนายทะเบียนที่รับจดทะเบียนเพิ่มทุน 2. ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อให้เพิกถอนมติการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งในกลุ่มผู้ลงทุนรายย่อยที่ไม่เห็นด้วยกับการลงมติเพิ่มทุนอยู่ระหว่างรอคำตอบจากเจ้าหน้าที่นายทะเบียน หากไม่ดำเนินการก็จะยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งอย่างแน่นอน และปัจจุบันมีจำนวนผู้ลงทุนรายย่อยที่รวมตัวกันเกิน 5 ราย ซึ่งตามกฏหมายสามารถยื่นขอเพิกถอนมติได้

ก่อนหน้านี้หลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสร็จ กลุ่มตัวแทนผู้ลงทุนรายย่อยได้ไปยื่นร้องเรียนต่อก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ก่อนเดินทางไปขอเพิกถอนจากเจ้าหน้านายทะเบียนของกระทรวงพาณิชย์แล้ว

ล่าสุดสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ออกแถลงการณ์โดยระบุว่า การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 ของบริษัทโนเบิล เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการขอเพิ่มวาระ เพื่อเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น และจัดสรรให้กลุ่มเฉพาะกลุ่ม โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งการกระทำดังกล่าว ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าต่อผู้ถือหุ้น จึงทำให้ผู้ถือหุ้น ไม่สามารถรับทราบข้อมูลความจำเป็น ที่ต้องเพิ่มทุนเร่งด่วน และการเพิ่มทุนดังกล่าว มีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น อาทิ ผลกระทบจากการเพิ่มทุน และสร้างความไม่เท่าเทียมกัน ของผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม และเป็นกระทำที่ไม่สอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี ในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น

"จึงเรียกร้องให้บริษัทโนเบิล ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนเร่งด่วน และสมาคมขอเข้าพบคณะกรรมการตรวจสอบ ในฐานะกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายบุคคล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ร่วมกันสร้างแนวทางธรรมาภิบาล"

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทโนเบิล เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ชี้แจงเรื่องวาระการลงมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์พิจารณาแล้ว และยังไม่ได้รับคำสั่งใดๆ จากผู้บริหาร ซึ่งบริษัทไม่สามารถชี้แจงข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมจากที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์แล้ว

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ ได้สั่งให้บริษัททำการซื้อแจงประเด็นต่างๆ ดังกล่าว และทำการเผยแพร่ต่อผู้ลงทุนภายในวันที่ 6 พ.ค.นี้