ธุรกิจค้าปลีกไตรมาส 2 ชะลอตัวต่อเนื่อง จากปัญหาการเมือง ฉุดความเชื่อมั่นถดถอยหนัก-ลงทุนต่างชาติวูบ คาดฉุดกำลังซื้อ ซึมยาว 3-4 ปี
ธุรกิจค้าปลีกไตรมาส 2 ชะลอตัวต่อเนื่อง จากปัญหาการเมือง ฉุดความเชื่อมั่นถดถอยหนัก-ลงทุนต่างชาติวูบ ผู้บริโภคเผชิญปัญหาค่าครองชีพ-ภาระหนี้สิน คาดฉุดกำลังซื้อ ซึมยาว 3-4 ปี ลุ้นการเมืองคลี่คลาย โตได้ 5% แต่หากลากยาวครึ่งปีหลัง ฉุดเหลือ 1-2% ต่ำสุดรอบ 10 ปี ด้านยักษ์ใหญ่ระบุวิกฤติเป็นโอกาสลงทุน "แม็คโคร" ทุ่ม 8 พันล้านผุด 10 สาขา ซีพีออลล์ยึดแผนเดิมอัดงบ "หมื่นล้าน" เปิดเซเว่นอีเลฟเว่น 600 แห่ง
ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานกว่าครึ่งปี ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่น โดยสะท้อนจากยอดขายของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกหดตัว โดยคาดว่าในไตรมาส 2 จะยังชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และทั้งปี มีโอกาสโต 1-2 "ต่ำสุด" ในรอบกว่า 10 ปี
ผลกระทบต่อภาคการค้าดังกล่าว เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรกของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วานนี้ (30 เม.ย.) โดยระบุว่าภาคการค้าส่งและการค้าปลีก ในช่วงสิ้นสุดเดือนก.พ. 2557 "หดตัวต่อเนื่อง" จากเดือนก่อน เนื่องจากภาคครัวเรือนและธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายตามความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง
การค้าส่งหดตัว 13.6% จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการหดตัวในหมวดสินค้า ขั้นกลางกลุ่มโลหะและสินแร่โลหะ และกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว ขณะเดียวกันการค้าส่งในหมวดหินมีค่าและเพชรพลอย หดตัวเช่นกัน
ด้านการค้าปลีกหดตัว 8.1% จากระยะเดียวกันปีก่อน เป็นการหดตัวในหมวดยานยนต์และเชื้อเพลิงตามความต้องการซื้อรถยนต์ที่ถูกเร่งไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับความต้องการซื้อใหม่ยังมีน้อย และหมวดห้างสรรพสินค้าที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงจาก ความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง
แต่ การค้าปลีกหมวดสินค้าไม่คงทน อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มเวชภัณฑ์ ยา และ เครื่องสำอาง ขยายตัวได้จากระยะเดียวกันของปีก่อน
คาดค้าปลีกไตรมาส 2 ขยายตัว 2-3%
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ประธานคณะกรรมการค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า ปัญหาการเมืองทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นทางการบริโภค และการลงทุนถดถอย รวมถึง การลงทุนของต่างชาติ และผู้ประกอบการไทยซึ่งมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตอีกด้วย
ทั้งนี้ ไทยเผชิญความเสี่ยงที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย จากปัญหาการเมือง ปัญหาภัยแล้ง ทำให้พืชผลการเกษตรเสียหาย โดยเฉพาะข้าว กุ้ง สินค้าแช่เยือกแข็ง ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน ค่าพลังงาน
สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกไตรมาส 2 คาดว่า ขยายตัว 2-3% ในอัตราเดียวกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา เป็นผลจากกำลังซื้อชะลอตัว รายได้ไม่เพิ่มขึ้น สวนทางรายจ่ายเพิ่มสูง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
"ปัญหาค่าครองชีพ และภาระหนี้สินผูกพัน ทำให้อำนาจซื้อลดลงไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารถคันแรกมีค่าใช้จ่ายคงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 หมื่นบาทต่อเดือน กระทบการบริโภคสินค้าอื่นๆ ทั้งกลุ่มสินค้าจำเป็นที่โตถดถอย ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยชะลอตัวถึงขั้นติดลบ"
ชี้เป็นไปได้โต 1-2% ต่ำสุดรอบ 10 ปี
นายปิยะวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปีนี้คาดการณ์ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกเติบโต 5% โดยครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโต 5-7% แต่ความไม่ชัดเจนของสถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายหรือยุติลงอย่างไร หรือมีเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน เป็นผลให้ภาคการส่งออกไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ปัจจัยเหล่านี้ เป็นตัวแปรการเติบโตของค้าปลีกซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งการขยายตัวมากกว่า 5% หรือเติบโตต่ำกว่า 4% กระทั่งเติบโตเพียง 1-2% เท่านั้น ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
"อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาและจบลงด้วยดี ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง กำลังซื้อ เศรษฐกิจดีไม่ดีอยู่ที่การเมืองยืดเยื้อหรือไม่ หากจบอำนาจซื้อก็เพิ่มขึ้น แต่หากสิ้นปียังไม่มีรัฐบาลใหม่ค้าปลีกอาจโตเพียง 1-2% ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจประเมินกันว่าอาจแค่เสมอตัว หรือแย่สุด คือ ติดลบ"
โตต่ำแต่ไม่ติดลบเหตุลงทุนต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกยังมีการเติบโต แม้อยู่ในอัตราต่ำไม่ถึงขั้นติดลบ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ รองรับวิถีชีวิตคนเมือง และครอบครัวขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการขยายตัวของร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่างประเภทเพื่อสุขภาพและความงาม ร้านขายยา คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าส่ง และค้าปลีกออนไลน์ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ทั้งนี้ ยังคงมีสัญญาณบวกสนับสนุนธุรกิจและเศรษฐกิจฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มดีขึ้น คาดเติบโต 3.6% สูงกว่าปีที่ผ่านมาขยายตัว 3% รวมไปถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น การขยายตัวของเศรษฐกิจการค้าแนวชายแดน การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ซีพีออลล์อัด "หมื่นล้าน" ขยายธุรกิจ
นายปิยะวัฒน์ กล่าวถึงธุรกิจซีพีออลล์ ว่า ยังคงดำเนินงานตามแผนธุรกิจเดิมที่ได้จัดสรรงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในปีนี้ใช้สำหรับการขยายสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 600 แห่ง รวมทั้งการปรับปรุงสาขาเก่า การขยายศูนย์กระจายสินค้า การพัฒนาระบบเทคโนโลยี การทำตลาดเชิงรุก โดยตั้งเป้าหมายผลักดันธุรกิจเติบโต 10-12%
"ยอดขายและกำไรยังเป็นไปตามเป้าหมายมีอัตราเติบโต 10% ในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการปรับปรุงธุรกิจรองรับสถานการณ์และพฤติกรรมการบริโภคตลอดเวลา การให้ความสำคัญกับการดูแลสินค้าเสียหาย การเน้นสินค้ากลุ่มอาหารมากขึ้น นับเป็นจังหวะที่ดีของผู้บริโภคจากการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ประกอบการในการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อมากขึ้น"
ปัจจุบัน เซเว่นอีเลฟเว่น มีเครือข่ายสาขา 7,700 แห่งทั่วประเทศ โดยสาขาเก่ามีการเติบโต 2-3% ต่ำกว่าปกติเติบโตเฉลี่ย 4-5%
แม็คโครทุ่ม 8 พันล้าน เปิด 10 สาขาใหม่
ขณะที่ ธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตัวเอง "แม็คโคร" เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการลงทุนใหญ่ในปีนี้สวนกระแสเศรษฐกิจและกำลังซื้อซบเซา นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง ลงทุนเฉลี่ย 500 ล้านบาทต่อสาขา ส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด ทั้งในรูปแบบร้านค้าส่งแม็คโคร และฟู้ดเซอร์วิส
"แม็คโคร เชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทย เราอยู่มา 25 ปีในไทย เศรษฐกิจไม่ดีที่ผ่านมาก็ไม่เคยลากยาวเป็นสิบๆ ปี ใช้เวลาเพียง 2-3 ปีก็ขยับสูงขึ้น เวลานี้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาพื้นฐาน และในแง่ภูมิศาสตร์ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน มีคนเก่งทุกระดับตั้งแต่รากหญ้า จนถึงซีอีโอ ไทยยังเป็นประเทศน่าลงทุน แม็คโครยังดำเนินทุกอย่างไปตามแผนงานเดิม"
โดยเฉพาะการลงทุนธุรกิจค้าปลีกค้าส่งจำหน่ายสินค้าจำเป็น ซึ่งประชากรกว่า 65 ล้านคน ต้องกินต้องใช้ประจำทุกวัน ทั้งยังจะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่า จากพลเมืองอาเซียนที่ผ่านไปมานับจากนี้
สำหรับแผนลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนยังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบว่ามีความเหมาะสมกับธุรกิจในรูปแบบใด ขณะที่กฎหมายการลงทุนแต่ละประเทศยังไม่ชัดเจน และเอื้ออำนวยมากนัก คาดมีความชัดเจนแผนลงทุนต่างประเทศภายในสิ้นปีนี้ โดยมองว่ากลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี มีศักยภาพและโอกาสทางการตลาดสูง
ด้าน นายเนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIGC กล่าวว่ายอดขายไตรมาสแรกปีนี้ยังดี เนื่องจากบริษัทได้มีการออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ยอดขายทั้งปี 2557 เติบโตมากกว่าปีก่อน ประกอบกับ บริษัทได้มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน การเติบโตของยอดขาย
เผยไร้สัญญาณบริโภคฟื้นตัว
นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มค้าปลีกต่ำกว่าตลาด ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ผลกระทบจากโครงการจำนำข้าวกดกำลังซื้อในต่างจังหวัดให้ปรับตัวลง ทั้งนี้ กลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่น บิ๊กซี และห้างสรรพสินค้าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ร้านสะดวกซื้อน่าจะยังไปได้ดี
ผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้ออย่างเช่น ซีพี ออลล์ น่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากสินค้าประเภทอาหารส่วนใหญ่ของเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน โดยคิดเป็นสัดส่วน 72.5% ของยอดขายรวม
ทั้งนี้ สัญญาณการฟื้นตัวของภาคการบริโภคยังไม่มี และมีความเสี่ยงมากขึ้นที่ผลประกอบการอาจต่ำกว่าที่คาดไว้ ฝ่ายวิจัยจึงยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ระดับต่ำกว่าตลาด แต่คาดผลการดำเนินงานของหุ้นเด่นอย่าง ซีพีออลล์ ยังคงโดดเด่นจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ของสินค้าประเภทอาหาร และการขยายสาขา รวมไปถึงซินเนอร์ยี จากการซื้อ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)






