มองเม็ดเงินของต่างชาติยังจำกัด Downside ในระยะสั้น แต่ระวังจุดหมุนสำคัญ 1,395 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนออกมาจากการที่ตั้งแต่ 28 ก.พ.2557 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมาแล้ว 2.9 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติใน SET50 (Actual+NVDR) ขยับขึ้นมาจาก 37.7% มาอยู่ที่ 38.4% ในปัจจุบัน โดยหุ้นใน SET50 ที่สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นมาที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แก่ KBANK (+0.49%), BANPU (+0.40%), ADVANC (+0.38%), BBL (+0.38%) และ JAS (+0.35%) ทั้งนี้จนกว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองออกมาเราประเมินว่าทิศทางดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไป หลังจากที่ความเชื่อมั่นต่อการขยายตัวของกำไรของตลาดหุ้นไทยเริ่มค่อยๆกลับมาดีขึ้น สะท้อนออกมาจากการที่ในเดือน เม.ย.2557 Bloomberg Consensus ปรับประมาณการ EPS Growth ในปี 2557 ของ SET ขึ้นมาราว 1.9% MTD สู่ระดับ 13.8% YoY แล้ว เทียบกับที่ปรับของค้าเฉลี่ย MSCI Asia ex Japan ลง 4.8% MTD สู่ระดับ 9.7% YoY
- เราประเมินว่าตราบใดที่ SET ยังไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,395 จุด แนวโน้มระยะ 1 สัปดาห์ยังคงเป็นไปในลักษณะของการแกว่งตัวในกรอบ 1,395-1,430 จุดได้ ขณะที่ตลาดหุ้นโลกยังคงมีปัจจัยหนุนรออยู่ในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากเราประเมินว่าสหรัฐจะประกาศตัวการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน เม.ย.2557 เพิ่มขึ้น 2.15 แสนตำแหน่ง จาก 1.92 แสนตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า และอัตราการว่างงานเดือน เม.ย.2557 จะลดลงมาอยู่ที่ 6.6% จาก 6.7% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดีเรายังคงเน้นให้ใช้ความระมัดระวังกับจุดหมุน 1,395 จุด ซึ่งถ้า SET หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่าบริเวณดังกล่าว มีโอกาสที่จะลงไปแกว่งตัวในกรอบ 1,330-1,300 จุดอีกครั้งใน พ.ค.2557
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,395 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” โดยมี 1,395 จุดเป็นจุด Cut Loss ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART ซึ่งตั้งแต่แนะนำ 4 ก.พ.2557 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +22.0% เทียบกับ SET ที่ +10.0%








