คาด 1Q57 พลิกมีกำไรจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56
เราคาดว่า TOP จะแจ้งกำไรสุทธิ 1Q57 ออกมาประมาณ 2,100 ล้านบาทลดลง 52%yoyแต่ดีขึ้นจาก 4Q56 ที่ขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท ผลประกอบการที่พลิกกลับมามีกำไรเป็นผลจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและมีรายการพิเศษจากการบันทึกกำไรจากอัตราและเปลี่ยนและมีกำไรจากการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าประมาณ 1,000 ล้านบาทซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการหดตัวของธุรกิจปิโตรเคมีและการบันทึก Stock loss และ LCMประมาณ 100 ล้านบาท ส่วน 2Q57 คาดกำไรสุทธิยังหดตัว QoQ จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วัน และมีแรงกดดันจากส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทั้งปีเพื่อสะท้อนราคาปิโตรฯที่หดตัวแรงและการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเราจึงปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ลงจากเดิม 15% เป็น 8,656 ล้านบาทลดลง 17%yoy แนวโน้มกำไรสุทธิที่ไม่โดดเด่นเราจึงคงคำแนะนำ “ถือ” โดยมีราคาเหมาะสมปี 57 ที่ 54 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-คาดกำไรสุทธิ 1Q57 พลิกมีกำไร 2,100 ล้านบาทจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56 เราคาดว่า TOP จะแจ้งกำไรสุทธิ 1Q57 ออกมาประมาณ 2,100 ล้านบาทดีขึ้นจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56 แต่ยังหดตัว 52%เมื่อเทียบ yoy กำไรสุทธิที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น qoq มาจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นหลังส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินซึ่งเป็นตัวกดดันค่าการกลั่นใน 4Q56 กลับมาเพิ่มขึ้น โดย 1Q57 เราคาดว่า TOP จะมีค่าการกลั่นที่ 4.5$/bbl เพิ่มขึ้นจาก 1.9$/bbl ใน 4Q56 ส่วนอัตราการผลิตปรับตัวสูงขึ้นเป็น 105%จากเฉลี่ยที่ 102% ใน 4Q56 นอกจากนี้บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายลดลงจาก 4Q56 ที่มีการบันทึกรายการสูงกว่าปกติ ส่วนรายการพิเศษไตรมาสนี้เราคาดว่า TOP จะมีรายการส่วนใหญ่เป็นบวกคือมี Fx Gain ประมาณ 450 ล้านบาทและมีกำไรจากการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าประมาณ 520 ล้านบาทซึ่งทั้งสองรายการคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบจากการหดตัวของธุรกิจปิโตรฯและการบันทึก Stock loss ประมาณ 1.3 $/bbl รวมถึงการบันทึกขาดทุน LCM อีก 100 ล้านบาท โดยธุรกิจปิโตรที่หดตัวเป็นผลจากราคาและส่วนต่างของ PX ปรับตัวลดลงอย่างมากเนื่องจากตลาดของ PX ยังอยู่ในภาวะ Over Supply โดย TOP มีส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ 273$/ton ลดลง 39%qoq ส่วน BZ-ULG95 ยังทรงตัวที่ระดับ 286$/ton
-2Q57 คาดกำไรสุทธิหดตัว QoQ : เราคาดว่าผลประกอบการของ TOP ใน 2Q57 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 1Q57 โดยมีแรงกดดันสำคัญมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วันซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.ไปจนถึงเดือนก.ค.ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะทำให้โรงกลั่นมีอัตราการกลั่นลดลงจากเฉลี่ย 105% ใน 1Q57 เหลือเพียง 80%ใน 2Q57 นอกจากนี้ TOP ยังมีแรงกดดันจากการหดตัวของธุรกิจปิโตรเคมีซึ่งเราคาดว่าการหดตัวของส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ลดลงต่ำกว่าระดับ 200$/ton ในปัจจุบันจะกดดันให้ธุรกิจปิโตรฯของ TOP ใน 2Q57 หดตัวลงอีกเมื่อเทียบกับ 1Q57
-ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ลง 15% : เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอของธุรกิจปิโตรเคมีรวมถึงการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วันในช่วง 2Q56-2Q57 เราจึงปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิของ TOP ในปีนี้ลง 15% เป็น 8,750 ล้านบาทลดลง 17%yoy มาจากการปรับลดสมมติฐานของส่วนต่าง PX-ULG95 ลงจากเดิม 410$/ton เป็น 250$/ton และ BZ-ULG95 จาก 280$/ton เป็น 250$/ton ส่วนสมมติฐานของโรงกลั่นเรายังคงไว้ตามเดิมโดย Utilization Rate ที่ 93% ค่าการกลั่นอยู่ที่ 4.6$/bbl
-คงคำแนะนำ “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 57 ที่ 54 บาท : เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TOP ด้วยวิธี P/E Ratio อิง Prospective P/E ที่ 12 เท่าคาดการณ์ EPS เฉลี่ยปีนี้และปี 58 ที่ 4.5 บาท/หุ้น จะได้ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท







