กลยุทธ์เข้า-ออกในระยะสั้น ยังคงเน้น 1,395 จุดเป็นจุดตัดสินใจ วันนี้ลุ้นประเด็น ป.ป.ช.
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ เราประเมินว่าในวันนี้ SET ยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบเพื่อรอความชัดเจนจากการประกาศตัวเลข GDP Growth ในไตรมาสที่ 1 ของสหรัฐ และผลการประชุม FOMC ของเฟดในคืนวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้เราประเมินว่าสุดท้ายประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้สร้างปัจจัยหนุนให้กับตลาดมากนัก โดยที่เราประเมินว่าแม้สหรัฐจะรายงานตัวเลข GDP Growth ใน 1Q57 ออกมาที่ 1.2% QoQ จริงตามที่เราประเมิน แต่ใน 2Q57 มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็น GDP Growth ของสหรัฐขยับขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 3% QoQ อีกครั้ง ขณะที่ในส่วนของผลการประชุม FOMC เราประเมินว่าเฟดจะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีก 1.0 หมื่นล้านบาทต่อเนื่องตามที่ตลาดประเมินไว้ และประเด็นของดอกเบี้ยคงไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดมากนักในการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นเราประเมินว่าตราบใดที่ SET ยังไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,395 จุด แนวโน้มระยะ 1-2 สัปดาห์ยังคงเป็นไปในลักษณะของการแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,395-1,430 และ 1,430-1470 จุดได้
- เราประเมินว่าจะได้เห็นทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะ 1 เดือนชัดเจนขึ้น หลังจากวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.2557) เป็นต้นไป โดยมีปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นปัจจัยชี้นำ โดยเฉพาะในเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง และความชัดเจนของ พรรค ปชป. ว่าจะบอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ ? ขณะที่ในวันนี้เราแนะนำให้จับตาไปที่การเคลื่อนไหวของ ป.ป.ช. ที่จะมีการพิจารณาคำร้องของนายกรัฐมนตรี ที่ขอเพิ่มพยานในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอีก 7 คน ซึ่งถ้าวันนี้ ป.ป.ช. มีมติปฏิเสธคำร้องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการตัดสินว่าจะชี้มูลนายกรัฐมนตรีหรือไม่ในสัปดาห์หน้า ดังนั้นเรายังคงเน้นให้ใช้ความระมัดระวังกับจุดหมุน 1,395 จุด ซึ่งถ้า SET หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่าบริเวณดังกล่าว มีโอกาสที่จะลงไปแกว่งตัวในกรอบ 1,330-1,300 จุดอีกครั้งใน พ.ค.2557
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,395 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” โดยมี 1,395 จุดเป็นจุด Cut Loss ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART ซึ่งตั้งแต่แนะนำ 4 ก.พ.2557 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +22.4% เทียบกับ SET ที่ +10.1%









