พาณิชย์รับราคาข้าวร่วง เหตุผู้ส่งออกพ่ายเวียดนามประมูลขายข้าวฟิลิปปินส์8แสนตัน หวั่นสร้างแรงกดดันราคาประมูลข้าวเอเฟทวันนี้
จับตา! พาณิชย์รับราคาข้าวร่วง เหตุผู้ส่งออกพ่ายเวียดนามประมูลขายข้าวฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน หวั่นสร้างแรงกดดันราคาประมูลข้าวเอเฟทวันนี้อีกกว่า 2 แสนตัน เชื่อหลังเดือนพ.ค. ราคาดีขึ้น เพราะมีผู้ซื้อหลายประเทศสนใจซื้อข้าวไทย ขณะที่ “นิวัฒน์ธำรง” โยนคลังหาเงิน 9 หมื่นล้าน จ่ายหนี้ชาวนา
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวหลังประชุมคณะทำงานพิจารณาการซื้อขายข้าวในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท) ยอมรับว่าการที่เอกชนไทยไม่ชนะประมูลข้าวในตลาดฟิลิปปินส์จำนวน 8 แสนตัน ทำให้ราคาเฉลี่ยข้าวของไทยลดลง โดยเฉพาะข้าวขาว ขณะที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 11-12 บาท ลดลง 30 สตางค์ แม้จะเป็นเรื่องกดดันการเปิดประมูลข้าวเอเฟทครั้งที่ 10 อีกจำนวน 2.2 แสนตัน วันนี้ (23 เม.ย.) อาจทำให้ผู้ที่สนใจยื่นเสนอซองประมูลข้าวในตลาดเอเฟทกดราคาเสนอซื้อได้ แต่คณะกรรมการจะต่อรองราคาให้ได้ในราคาที่ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าราคาที่ลดลงเป็นช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้รายงานราคาข้าวของไทย ว่ายังมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากช่วงเดือนพ.ค. นี้ ยังมีประเทศที่สนใจข้าวไทย เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง แอฟริกา เกาหลีใต้ และ จีน จะเดินทางเข้ามาเจรจาซื้อข้าว แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าไร ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ แต่เชื่อว่าราคาข้าวของไทยยังมีราคาสูง จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจนำข้าวไปทำข้าวถุง หรือเพื่อการส่งออกสามารถร่วมยื่นซองประมูลข้าวผ่านตลาดเอเฟทได้
ราคาข้าวเวียดนามสูงขึ้น
ราคาสำหรับข้าวส่งออก จากเวียดนามเพิ่มขึ้น 2-3% ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อันเป็นช่วงที่ฤดูเก็บเกี่ยวใกล้สิ้นสุด ขณะเดียวกับที่รัฐวิสาหกิจ 2 แห่งของเวียดนาม ก็ทำท่าจะได้รับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปีจากฟิลิปปินส์
รายงานข่าวจากแวดวงอุตสาหกรรมข้าว ระบุว่าการเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงหน้าหนาว-ใบไม้ผลิ ส่วนใหญ่เป็นข้าวสำหรับส่งออก เสร็จสิ้นไปแล้ว 95% ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง อันสะท้อนว่านับจากนี้การจัดหาข้าวอาจตึงตัว
การเก็บเกี่ยวที่ใกล้แล้วเสร็จมีขึ้นในช่วงไล่เลี่ยกับที่บริษัทวินาฟูด 1 และวินาฟูด 2 ของเวียดนาม ใกล้ได้ข้อตกลงจัดหาข้าว 8 แสนตัน ให้กับฟิลิปปินส์หลังจากเสนอราคาต่ำที่สุดในการประมูลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ผู้ค้าข้าวรายหนึ่ง ในเมืองโฮจิมินห์กล่าวว่า ราคาข้าวกำลังสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีสต็อกข้าวมากนัก ทั้งนี้ ข้าว 5% ในเวียดนามขยับขึ้นเกือบ 2% ไปอยู่ที่ตันละ 390-395 ดอลลาร์เอฟโอบี จาก 380-390 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ส่วนราคาข้าว 15% อันเป็นข้าวที่ฟิลิปปินส์ต้องการนั้น เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ไปอยู่ที่ตันละ 380-385 ดอลลาร์
ทั้งนี้ ราคาข้าวที่สูงขึ้นในเวียดนาม อาจทำให้ความต้องการข้าวจากไทยมีมากขึ้น
สศก. เผยข้าว5%และ25%ราคาร่วงหนัก
นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวนาปรังที่เกษตรกรขายได้ในปีนี้ พบว่าราคาลดลงทุกความชื้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเดือนเม.ย. นี้ ราคาที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาข้าวนาปรังความชื้น 15% ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 6,960 บาท และความชื้น 25% ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5,830 บาท ลดลง 30-40% เนื่องจากข้าวที่คงเหลือในสต็อกมีจำนวนมาก ส่งผลราคาข้าวไม่มีเสถียรภาพ ประกอบกับช่วงปัจจุบันที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดประมาณ 3.23 ล้านตัน หรือ 32% ของผลผลิตทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ผลผลิตปี 2557 คาดจะอยู่ที่ 10.2 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 5%
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์จะยังไม่เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาทางการขอยืมเงินจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จากงบประมาณปี 2557 เพิ่มอีก 4 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายหนี้ค่าข้าวให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากในโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/57 เนื่องจากรัฐบาลต้องการคืนเงินงบกลาง ในงวดก่อนหน้านี้ที่ยืมมา 2 หมื่นล้านบาท ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะพิจารณาแนวทางการจัดหาวงเงินใหม่มาจ่ายให้ชาวนา
สำหรับการคืนเงินงบกลางจำนวน 2 หมื่นล้านบาทนั้น คาดว่ากระทรวงการคลังจะสามารถคืนเงินทั้งหมดได้ภายในวันที่ 31 พ.ค. นี้ ตามที่ตกลงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไว้ โดยเมื่อสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้คืนเงินที่ยืมจากงบกลางให้กระทรวงการคลังไปแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่สิ้นเดือนเม.ย.นี้ คาดว่าจะคืนเงินได้อีกไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่าภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ จะสามารถจ่ายคืนได้ครบและอาจเป็นไปได้ที่จะคืนได้ก่อนกำหนด
“ในหลักการเห็นด้วยเพราะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนา ช่วงที่ยังรอการกู้เงินก้อนใหญ่จากกระทรวงการคลังอยู่ แต่เรื่องนี้จะยังไม่เสนอครม.ตอนนี้ เพราะยังใช้หนี้เก่าไม่หมด หากจะมีการกู้เงินเพิ่มต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไร ส่วนการกู้เงินเชื่อเรื่องนี้กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการอยู่ มีความก้าวหน้ามากแล้ว ส่วนจะได้เมื่อไหร่ คงต้องสอบถามกระทรวงการคลัง ขณะนี้ได้จ่ายเงินคืนชาวนาแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท เหลืออยู่ 9 หมื่นล้านบาท ที่ต้องเร่งหามาจ่าย” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
แบงก์รับสบน.สอบถามขอกู้รอบใหม่
ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินรายหนึ่ง ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา ผู้บริหารของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. ได้สอบถามว่าธนาคารสนใจที่จะปล่อยกู้ หรือลงทุนในพันธบัตร ล็อตใหม่ ที่กระทรวงการคลังจะกู้เพื่อนำเงินไปคืนหนี้ให้แก่ชาวนา แต่ธนาคารเห็นว่าการจะลงทุน หรือปล่อยกู้ต้องพิจารณาในแง่กฎหมายด้วย โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลรักษาการมีอำนาจกู้เงินหรือไม่ จะทำให้มีภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลหรือไม่ และอาจมีผลกระทบต่อเรื่องเงินฝาก
"ไม่ใช่แต่ธนาคารเท่านั้น ที่กังวล จากการสอบถามนายธนาคารอื่นๆ ก็มีความกังวลเช่นกัน เชื่อว่าคงไม่มีสถาบันการเงินไหนกล้าปล่อยกู้หากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน"
ทั้งนี้กรณีของธนาคารออมสิน ที่ปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 5 พันล้านบาท จากวงเงินที่เปิดให้กู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ได้ส่งผลกระทบต่อธนาคารมาก มีประชาชนจำนวนมากมาแห่ถอนเงินฝาก ทำให้เงินไหลออกจากธนาคารร่วมแสนล้านบาท จนเป็นเหตุทำให้ นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสินต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว






