สินค้าคูลๆไม่จำเป็นต้องชูจุดขายว่ารักษ์โลกเพราะนั่นเป็นสิ่งที่นักออกแบบจะต้องถือปฏิบัติกันอยู่แล้ว นี่คือคมคิดของดีไซเนอร์เลือดใหม่
ผลิตภัณฑ์ล้ำดีไซน์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ขาช้อป อยู่เต็มงาน “BIG+BIH April 2014” งานแสดงสินค้าของขวัญและของใช้ภายในบ้าน เดือนเมษายน ที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่แทรกซึมอยู่ท่ามกลางงานออกแบบเจ๋งๆ คือ ผลิตภัณฑ์ที่คิดเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม ผลงานของเหล่าดีไซเนอร์เลือดใหม่
ขณะที่หลายคนเลือกใช้กระแส “รักษ์โลก” เป็นแค่ “จุดขาย” แต่นั่นไม่ใช่วิถีของนักออกแบบอย่างพวกเขา
“เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ควรเป็นแค่เทรนด์ เพราะกระแสมี เดี๋ยวก็ไป แต่ควรเป็นสิ่งที่อยู่ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องใช้เป็นจุดขาย เพื่อให้สินค้าขายได้ แต่ควรเป็นพื้นฐานของการออกแบบตั้งแต่ต้น”
“หมอ-กิตติกร วรวิทยาการ” ดีไซเนอร์รุ่นใหม่วัย 25 ปี จาก บริษัท คิดคิด จำกัด ในเครือ ECOSHOP ที่มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนความคิดในฐานะนักออกแบบรุ่นใหม่
เขานำผลงานการออกแบบ “กระเป๋าจากเส้นใยกัญชง” มาอวดโฉมอยู่ในโซน “Asia Talents” ก่อนแบ่งปันความท้าทายในการออกแบบ ที่เขาบอกว่า ไม่ใช่เพื่อการค้า แต่เป็นการออกแบบ “เพื่อมนุษย์”
“การออกแบบต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งเราไม่ได้ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ทำเพื่อคนใช้งานด้วย เพราะสุดท้ายแล้วมันคือ..การออกแบบเพื่อมนุษย์”
เขาอธิบายจุดยืนในการออกแบบ ที่กลายเป็นวิถีปฏิบัติของชาว “คิดคิด” ไปแล้ว นั่นคือต้องตอบโจทย์ “ความยั่งยืน” (Sustainability) ตั้งแต่ต้นจนสุดปลายทางของการออกแบบ เริ่มตั้งแต่กระบวนการคิด การผลิต ทำอย่างไรที่จะใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด กระบวนการขนส่ง ทำอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่า ประหยัดน้ำมัน ส่งผลกระทบสู่สิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ขณะที่การออกแบบ ต้องคำนึงถึงมนุษย์ ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์ และสามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่มนุษย์ต้องการได้
แม้แต่ปลายทางของสินค้า หลังหมดอายุการใช้งาน (End of Life) เราจะการกับพวกมันอย่างไร จะนำไปรีไซเคิล ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ หรือจะไปทำอะไรต่อ เพื่อให้วงจรเช่นนี้หมุนวนต่อไปเรื่อยๆ
เขายกตัวอย่างกระเป๋าใยกัญชง ที่ใส่ใจโลกกันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ จากต้นกัญชงที่การปลูกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สารเคมีตลอดการปลูก
ใยกัญชงเมื่อมาถักทอเป็นผ้า มีคุณสมบัติที่ดีโดยธรรมชาติ นั่นคือ เนื้อผ้ายิ่งซักยิ่งนุ่ม ทำให้สวมใส่สบาย หน้าหนาวใส่แล้วจะรู้สึกอุ่น หน้าร้อนช่วยระบายความร้อนได้ ผ้ามีคุณสมบัติกันยูวีได้ ถ่ายเทอากาศได้ดี ไม่สะสมแบคทีเรีย เหล่านี้เป็นต้น
คุณสมบัติดีๆ จากธรรมชาติ ถูกเติมเต็มด้วยการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ อย่าง การดีไซน์กระเป๋าที่มีที่เก็บร่มอยู่ด้านนอก เพื่อสะดวกต่อการหยิบใช้ และไม่เลอะเทอะยามต้องเก็บร่มเปียก ออกแบบกระเป๋าเอาใจนักเดินทาง เช่น มีห่วงด้านหลังที่สามารถสอดไปกับหูหิ้วของกระเป๋าลากได้ ไปไหนไปด้วยไม่ตกหล่น
เหล่าตัวอย่างของการคิดที่ตอบโจทย์ทั้ง “ผู้คน” และ “โลก”
“มันก็ท้าทายการทำงานของนักออกแบบ แต่มองว่าเราไม่ได้ทำอะไรเยอะ เพราะเรื่องนี้ควรเป็นพื้นฐานของงานออกแบบอยู่แล้ว หลายคนอาจมองว่า นี่เป็นการคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่จริงๆ ก็เพื่อตัวเราเองทั้งนั้น” เขาสะท้อนความคิด
สอดคล้องไปกับความคิดของนักออกแบบรุ่นใหม่อีกกลุ่ม ที่อยู่ในโซนแสดงสินค้าเดียวกัน อย่าง “Pana Objects” ธุรกิจที่เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) วัย 26-27 ปี
พวกเขาทำสินค้าไลฟ์สไตล์จากไม้ ที่จัดเต็มคุณสมบัติและการใช้งาน กระทั่งการให้ “คุณค่า” สูงสุดแก่ผู้ใช้ เลือกทำสินค้าที่ดีต่อผู้คน ไม่เป็นศัตรูกับโลก แต่ทว่า..ก็ไม่คิดดึงกระแส “รักษ์โลก” มาเป็นแค่จุดขายให้กับสินค้า
“ความเป็นกรีนไม่จำเป็นต้องโชว์ แต่ให้คนไปรับรู้เอง หลายครั้งที่เรื่องกรีนถูกนำมาใช้แค่การพีอาร์ และหาผลประโยชน์เท่านั้น แต่เรามองว่า การออกแบบ ต้องคิดเพื่อโลกอยู่แล้ว และไม่ใช่โจทย์ของการพีอาร์ แต่คือโจทย์ที่นักออกแบบต้องให้ความสำคัญ”
“ภัทรพงศ์ พรพนาพงศ์” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง “Pana Objects” และเพื่อนร่วมทีม ร่วมกันแสดงความคิดที่นำมาสู่การออกแบบ “ไม่ธรรมดา” แบบ Pana Objects
ตั้งแต่เลือกทำสินค้าชิ้นเล็ก เพื่อให้ประหยัดไม้ ใช้ไม้ได้อย่างคุ้มค่า เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ใช้สีธรรมชาติ ไม่เคลือบสารเคมีเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ เลือกทำของที่มีดีไซน์ ต้องใจผู้ใช้ ทำให้มี “มูลค่า” สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไปได้ เพื่อจัดเต็ม “คุณค่า” ให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่า จะต้องแบกรับกับภาวะ “ขาดทุน”
“เราทำงานดีไซน์ ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องไปลดต้นทุนด้วยการใช้ของราคาถูก แต่สามารถใส่ความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกไม้ที่ดี ชนิดที่ราคาอาจสูง แต่ดีกับผู้ใช้ การใส่ไอเดียให้สินค้ามีความพิเศษ เรียกว่า อะไรที่ทำให้ลูกค้าได้ เราใส่ให้เต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับ”
เขาสะท้อนความคิด ของคนทำธุรกิจที่เป็นนักออกแบบ และเชื่อว่า ความคิดเหล่านี้ ควรซึมลึกอยู่ในดีเอ็นเอของนักออกแบบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ต้องทำด้วยภาวะจำยอม เพราะแค่อยากขายสินค้าให้ได้เท่านั้น
ที่มาของผลิตภัณฑ์โดนๆ ของคนรักงานดีไซน์ อาทิ “Tofu stationery set” ชุดถาดสำหรับวางอุปกรณ์เครื่องเขียนทรงเหลี่ยมมน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากก้อนเต้าหู้ “Tinkle Bell” กระดิ่งห้อยกุญแจ “Frank lamp” โคมไฟแนวๆ รูปสุนัข ที่ได้รับรางวัล Room Selection Awards 2013 จากนิตยสาร room , Thumm (ถ้ำ) แท่นขยายเสียงสำหรับไอโฟนสุดล้ำ ที่ทำมาจากไม้ “ล้วนๆ” หรืออย่าง “Crackie” ขนมปังกรอบไม้บีชสอดใส้ Masking Tape ใช้สีเทปให้เป็นเหมือนไส้ขนม ที่เปลี่ยนรสชาติไปได้ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนไส้
เหล่างานดีไซน์ฉลาดๆ ที่กำลังทำตลาดอย่างงดงาม แม้ไม่ประกาศตัวว่า “รักษ์โลก”
เพราะสำหรับพวกเขา “รักษ์โลก” ไม่ใช่แค่ “จุดขาย” แต่คือวิถีปฏิบัติที่อยู่คู่นักออกแบบมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว


