วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BAY - ขาย

1Q57 มีกำไรสุทธิลดลง 19%YoY คุณภาพสินทรัพย์แย่ลง

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

-1Q57 มีกำไรสุทธิลดลง 19%YoY แต่เพิ่มขึ้น 4%QoQ : ในช่วง 1Q57 มีกำไรสุทธิ 3,266 ล้านบาทลดลง 19%YoY จากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากการให้กู้ยืม ธุรกิจเช่าซื้อ และบริการบัตร และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นมาก 33%YoY กำไรเพิ่มขึ้น 4%QoQ จากสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง 13% จากที่มีการตั้งสำรองฯพิเศษใน 4Q56 แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงเนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)ลดลงเหลือ 4.22% จาก 4.28% ใน 1Q56 และ4.53% ใน 4Q56 จากสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำเพิ่มขึ้นไม่สามารถชดเชยต้นทุนการเงินที่ลดลงได้ และสินเชื่อชะลอตัว ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขาย Cross Selling ยังแข็งแกร่งทั้งธุรกิจประกันและธุรกิจบริหารกองทุน ทั้งนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงเหลือ 50.1% จาก 50.4%ใน 1Q56 และ 50.9% ใน 4Q56

-สินเชื่อปลายไตรมาสแรกปี 57 หดตัว 0.4%YTD คุณภาพสินทรัพย์แย่ลง : สินเชื่อสิ้นเดือนมี.ค. 57 อยู่ที่ 9.4 แสนล้านบาทลดลง 0.4%YTD เนื่องจากสินเชื่อเพื่อรายย่อยลดลง 0.3% ตามฤดูกาล การชำระคืนเงินทุนหมุนเวียนทำให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่หดตัว 4% ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทรงตัว ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 0.2% และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 2.4% ด้านคุณภาพสินทรัพย์แย่ลงจากการที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPL)เพิ่มขึ้น 11% จากปลายปี 56 ซึ่งเกิดจากสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภาคครัวเรือนมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ต่อสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 3% จาก 2.7% ณ ปลายปี 56 และอัตราส่วนสำรองหนี้ต่อ NPL (Coverage Ratio) ลดลงเร็วมากเหลือ 134.5% จาก 145% เมื่อปลายปี 56 และกดดันการตั้งสำรองฯอีกในช่วงเวลาที่เหลือของปีหากสถานการณ์ NPL ยังไม่ฟื้นตัว

-ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 57 ลดลง 15%ทำให้กำไรทั้งปีทรงตัวใกล้ปี56 : ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 9% เหลือ 7.5% ตามเป้าหมายของผู้บริหารที่ปรับลดลงเหลือ7-9% จากเดิม 9% และปรับลด NIM ลงให้สอดคล้องตาม NIM ในไตรมาสแรกปีนี้ ส่งผลให้ประมาณการใหม่ของฝ่ายวิจัยลดลง 15% จากเดิม 1.6 หมื่นล้านบาทเหลือ 1.4 หมื่นล้านบาทซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับกำไรปี 56

-ปรับคำแนะนำจาก“ถือ”เป็น“ขาย”ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 32 บาทจาก 33 บาท: ธนาคารมีฐานะเงินกองทุนตามเกณฑ์ BASEL III เท่ากับ 14.4% โดยมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 10.4% อยู่ในระดับเพียงพอต่อการขยายธุรกิจ กระบวนการควบรวมกิจการกับธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่น่าจะใช้เวลาทั้งปี 57 ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ปัจจัยพื้นฐาน แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ดี ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 1.5 เท่าที่ Ke ที่ 10.4% ลดลงจากเดิม 33 บาทเหลือ 32 บาทต่ำกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย”