"ยรรยง" เปิด 3 ประเด็นโต้ ป.ป.ช.เอาผิดจำนำข้าว แจงเปล่าบิดเบือนกลไกตลาด พร้อมแจงระบายข้าวฉลุยมั่นใจคืนหนี้ 2 หมื่นล้านตามกำหนด
นายยรรงยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วานนี้ (9 เม.ย.) ได้เข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ต่อการพิจารณานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวว่า การตั้งสมมติฐานต่อต่อกรณีดังกล่าวมีความไม่ถูกต้อง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อว่ากลไกตลาดข้าวเป็นกลไกที่สมบูรณ์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงไม่ควรบิดเบือนกลไกตลาดนั้น ในความเป็นจริงสินค้าข้าวไม่มีกลไกตลาดที่สมบูรณ์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของชาวนา โดยโครงการรับจำนำถือว่าการสร้างสมดุลของกลไกตลาด โดยราคาข้าวช่วง 2543-2550 ราคาเฉลี่ยที่ตันละ 4,200-6,200 บาท เท่านั้น
2.เชื่อว่ามาตรการรับจำนำเป็นมาตรการประชานิยมซึ่งรัฐบาลคิดขึ้นเพื่อเปิดช่องการทุจริตและหาเสียงนั้น โครงการรับจำนำได้เคยดำเนินมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ยกเว้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แต่โครงการับจำนของนางยิ่งลักษณ์ถือเป็นการใช้ยาแรงที่มีการยกระดับทั้งปริมาณและราคา เพื่อเป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำรายได้ของชาวนา ไม่ใช่ความตั้งใจเพื่อการทุจริตตามที่กล่าวอ้าง
3.เชื่อว่ามาตรการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเป็นการทำธุรกิจการค้าที่เสียหาย เพราะมีแต่ขาดทุนเพียงอย่างเดียวนั้น นโยบายรับจำนำเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถระงับ ยับยั้ง หรือยกเลิกได้ เพราะเป็นโครงการที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้งอย่างชัดเจน และได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว หาไม่ดำเนินการเหมือนหลอกลวงประชาชน
“ผมจะบอกกับ ปปช.ใน 3 ประเด็นสำคัญ ซึ่งว่าด้วยเรื่องการตั้งสมมติฐานในการสอบสวนนั้นต้องให้เป็นไปอย่างถูกต้องหากสมมติฐานผิดก็จะทำให้ผลการพิจารณาผิดไปด้วย ผมมีเอกชน 40 หน้า เป็นประเด็นของผมชี้แจง 24 หน้า ส่วนที่เหลือเป็นการเติมประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งเอกสารชี้แจงไปก่อนหน้านี้” นายยรรยง กล่าว
ส่วนประเด็นการชี้แจงอื่น จะย้ำถึงมาตรการป้องกรันการสวมสิทธิ์ และไม่ให้การปลอมปน การกำหนดมาตรฐานข้าวที่จะเข้าร่วมโครงการที่ต้องเป็นข้าวเต็มเม็ด 100% เท่านั้น จึงจะได้ตามราคาที่ประกาศไว้คือตันละ 1.5 หมื่นบาท ส่วนการกล่าวหาว่าโครงการขาดทุนโดยยึดข้อมูลจากคณะกรรมการปิดบัญชี และสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)นั้นเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้ข้อยุติเนื่องจากโครงการได้ไม่สิ้นสุด
นายยรรยง กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวว่า การที่ราคาข้าวในตลาดลดต่ำลง โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยที่ ตันละ 7,000 บาท (ความชื้น5%) และตันละ 5,000-6,000 บาท(ความชื้น 25-30%) ซึ่งใกล้เคียงกับต้นทุนของชาวนาที่เฉลี่ยตันละ 5,000-5,900 บาท ชี้ให้เห็นว่าชาวนากำลังมีปัญหารายได้ลดลง โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวลดลงมาจากปัญหาการเมืองที่ทำให้ไม่มีรัฐบาลถาวรและไม่สามารถกำหนดมาตรการดูแลราคาข้าวในที่สุด
ส่วนการระบายข้าวของรัฐบาลนั้น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เพราะเป็นการระบายข้าวอย่างมียุทธศาสตร์และเป็นข้าวเก่าซึ่งเป็นคนละตลาดกับผลผลิตในขณะนี้ ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเงินคืนคลังไปแล้ว รวม 10,700 ล้านบาท ซึ่งเหลืออีกเพียง 9,300 ล้านบาท จึงจะครบ 20,000 ล้านบาทที่ได้ยืมมาจากงบกลางและมั่นใจว่าจะสามารถจ่ายคืนให้ทันกำหนดสิ้น พ.ค.นี้ได้อย่างแน่นอน โดยเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สามารถระบายข้าวได้รวม 1 ล้านตัน สำหรับการระบายทั่วไป และการระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าจะระบายได้ 1 ล้านตัน มูลค่ารวม หมื่นล้านบาท จะทำให้มีเงินส่งคืนคลังได้อย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนที่ได้ขอไว้กับคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.)









