กรสิกรไทยแนะจับตาสถานการณ์ชุมนุมกลุ่มการเมือง กระทบตลาดทุน ขณะที่เฟดคงย้ำถึงความจำเป็นของจุดยืนผ่อนคลายทางการเงินเพื่อหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปลายสัปดาห์ หลังจากแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกท่ามกลางแรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยจากนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงขายหลังจากที่ประธานธนาคารกลาสหรัฐ หรือเฟด ยังคงย้ำถึงความจำเป็นของจุดยืนผ่อนคลายทางการเงินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ
อย่างไรก็ดี เงินบาทต้องลดช่วงบวกและทยอยอ่อนค่าลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ เนื่องจากข้อมูลเชิงบวกของเศรษฐกิจสหรัฐหนุนให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตารอดูการชุมนุมทางการเมืองในช่วงสุดสัปดาห์อย่างใกล้ชิด ในวันศุกร์ (4 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.54 เทียบกับระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 มี.ค.)
ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SETX ปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,392.01 จุด เพิ่มขึ้น 1.69% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 18.97% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 30,411.72 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 397.47 จุด เพิ่มขึ้น 0.62% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน ก่อนที่ดัชนีหุ้นไทยจะปรับลดลงในวันพฤหัสบดี จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน อย่างไรก็ดี ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบในวันศุกร์ โดยนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหุ้น ก่อนวันหยุดยาว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (7-11 เม.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.65 บาท/ดอลลาร์ฯ ส่วนดัชนีหุ้นยังคงผันผวน โดยต้องจับตาสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มการเมืองต่างๆ และตลาดคงจะให้น้ำหนักกับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ บันทึกการประชุมเฟด และความเชื่อมั่นผู้บริโภค









