วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บี.กริมรุกสร้างโรงไฟฟ้าตปท.

"บี.กริม" รุกสร้างโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ตั้งเป้ากำลังการผลิตให้ได้ 5,000 เมกะวัตต์ ในปี 2562 หวังรายได้ 150,000 ล้านบาท

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจ ของ บี.กริม ในอนาคตว่า ฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทมีแผนที่จะหาโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 3,000เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 จากปัจจุบันที่มีโครงการอยู่ในแผนที่จะก่อสร้างรวมทั้งโครงการที่กำลังเดินเครื่องอยู่รวม 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า

โดยกลุ่มประเทศเป้าหมายที่จะเข้าไปลงทุนธุรกิจพลังงาน ได้แก่ พม่า มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้หลายโครงการอยู่ระหว่างการประมูลและศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยในส่วนของพม่า บริษัทได้เข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงที่มัณฑะเลย์ ขนาด 260 เมกะวัตต์ ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนในลาวเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และในญี่ปุ่น เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ปัจจุบัน บี.กริม ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจมาแล้ว 136 ปี โดยตั้งเป้าที่ท้าทายเอาไว้ว่า หากครบรอบการก่อตั้ง 150 ปี หรืออีก 14 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีรายได้ 150,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ 30,000 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่บริษัทมีประสบการณ์และความถนัด ซึ่งเป้าดังกล่าวมาจากการระดมสมองจากผู้บริหารทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ และผู้บริหารที่มีความอาวุโส และประสบการณ์ แม้ บี.กริม จะเป็นบริษัทที่เขาเป็นเจ้าของ แต่ยึดหลักการบริหารที่เน้นความเป็นมืออาชีพ

สำหรับแผนการระดมเงินลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น ภายใน 1-2 ปีนี้ จะมีความชัดเจนว่า จะระดมทุนมาจากแหล่งใดบ้าง ซึ่งกำลังพิจารณาหลายแนวทาง ทั้งการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) จากสถาบันการเงิน หรือจากการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน

นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองมากนัก เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจพลังงาน ที่ค่อนข้างจะมีรายได้ที่สม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบคือธุรกิจไลฟ์สไตล์ เพราะที่ตั้งอยู่ใกล้การชุมนุม แต่มีสัดส่วนรายได้ 93 ล้านบาท เมื่อมองภาพรวมแล้วแทบไม่ได้มีผลกระทบ

ปีที่ผ่านมา บี.กริม มีรายได้จาก 6 หน่วยธุรกิจหลักรวม 25,000 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต 25% เมื่อเทียบกับปี 2555 โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 30,000 ล้านบาท หรือเติบโต20% โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 8% หรือ 2,000 ล้านบาท โดยการเติบโตของรายได้มาจากธุรกิจพลังงานที่แข็งแกร่งและเติบโตสุดในกลุ่มธุรกิจของ บี.กริม ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP)

ปี 2556 กลุ่มธุรกิจด้านพลังงานเติบโตจากรายได้เมื่อปี 2555 ถึง 46% คิดเป็นมูลค่า 14,000 ล้านบาท เพราะเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง)1 และ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ระยอง โดยยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอีก 4 โครงการ โดยตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี 2 โครงการและในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี อีก 2 โครงการ

ปีนี้บริษัทมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 4 โรง ใน 3 นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะ นคร นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง และนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ทำให้ปีนี้บี.กริม เพาเวอร์ คาดจะมีรายได้อยู่ที่ 19,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปี 2556

สำหรับธุรกิจที่สร้างรายได้อันดับ 2 จะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดการอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม โดยบี.กริม ได้เพิ่มยอดขายกว่า 4,700 ล้านบาทในปี 2556 และมีการขยายการลงทุนร่วมกับ บริษัทยูไนเต็ด เทคโนโลยี (UTC) ในธุรกิจการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารภายใต้ แบรนด์ Chubb Direct และ บี.กริม ยังได้ร่วมทุนกับ UTC’S ChinesePartner เปิดตัวเครื่องปรับอากาศ ภายใต้แบรนด์ MIDEA คาดว่าจะเพิ่มยอดขายระบบเครื่องปรับอากาศแบบประหยัดพลังงานภายใต้แบรนด์CARRIER ผลิตโดย B.GRIMMAirconditioning และ ติดตั้งโดย B.Grimm’s Affiliate Starservice, Beijerb.Grimm ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอะไหล่รายใหญ่ของระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ

ในส่วนของธุรกิจเพื่อสุขภาพ บี.กริม เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีรายได้รวม 3,500 ล้านบาทในปี 2556 โดยผ่านพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บริษัท เมิร์ค ไทยแลนด์จำกัด บริษัทมาเคท์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัทคาร์ล ไซสส์ จำกัด โดยบริษัท เมิร์ค ไทยแลนด์ จำกัด มีแผนในการขยายธุรกิจไปยังประเทศในอาเซียน บริษัท มาเคท์ (ไทยแลนด์)จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มมากกว่า 10% ฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ ในปี 2557 บริษัทมีแผนจะนำเสนอผลิตภัณฑ์แว่นสายตาแบบครบวงจร รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังมาถึง

ปี 2556 บี.กริม ได้ขยายธุรกิจด้านคมนาคม โดยการร่วมมือกับ 2 พันธมิตรในการสั่งผลิตเรือขนส่งเชิงพาณิชย์ 2 ลำ ตามมาตรฐานญี่ปุ่น และ ในปีนี้ได้มีการเพิ่มการผลิตเรือเพื่อใช้ในการขนส่งสำหรับกองทัพเพิ่มอีก 2 ลำ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับทรัพย์สินโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มีมูลค่า 23,700 ล้านบาท มาอยู่ที่43,000 ล้านบาทในปี 2556