วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จรรยาบรรณแห่ง 'ลอรีอัล'

องค์กรที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในวันข้างหน้า ต้องผนวกรวมจรรยาบรรณไว้ในการวางแผนกลยุทธ์ รวมไปถึงการปฏิบัติงานในทุกๆวันของพนักงาน

คือความเชื่อและตระหนักถึงของ "ลอรีอัล กรุ๊ป" ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว

ซึ่งคงต่างไปจากอีกหลายๆ องค์กรที่แม้ในวินาทีนี้ก็อาจกำลังอยู่ในช่วงของอาการตื่นตัว ทำให้ ลอรีอัล เป็นเพียงไม่กี่องค์กรในโลกที่ก่อตั้งฝ่ายจรรยาบรรณ (Ethics) เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง

บริบทจรรยาบรรณของลอรีอัล นั้นเป็นอย่างไร และอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จ

ถือเป็นโอกาสดีที่โจทย์นี้ได้รับการเฉลยจาก "มร. เอ็มมานูเอล ลูแลง" รองประธานอาวุโส และผู้บริหารสูงสุดฝ่ายจรรยาบรรณ (Ethics)

ระดับโลก ลอรีอัล กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจโดยตรงได้เดินทางมาเยือน ลอรีอัลสาขาประเทศไทย พอดิบพอดี

มร.เอ็มมานูเอล ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลฝ่ายจรรยาบรรณในปี 2550 และตำแหน่งที่เขาได้รับมีความพิเศษเพราะขึ้นตรงกับซีอีโอ นั่นคือ

มร. ฌอง พอล แอกงซึ่งคงไม่เพียงฝ่ายงานหรือตำแหน่งงานเท่านั้น แต่จรรยาบรรณของลอรีอัลนั้นมีความ unique ที่พิเศษไม่เหมือนใคร

เป็นเพราะองค์กรอื่นๆ มักก่อตั้งหน่วยงานจรรยาบรรณขึ้นมาด้วยเหตุผลกำลังประสบปัญหา และต้องการขจัดให้หมดไป โดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฏหมาย

"การเดินตามกรอบ หรือข้อกฏหมาย ไม่เหมาะที่จะเป็นวัฒนธรรมของลอรีอัล เพราะลึกๆ แล้วการต้องทำตามกฏ หากตีความในมิติที่ลึก จะหมายถึงความไม่เชื่อใจกัน"

ลอรีอัล จึงขอเพิกเฉยต่อกระบวนการ แต่จะหันมาขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ ซึ่งล้วนเป็นบุคลากรที่เต็มไปด้วยความคิดที่สร้างสรรค์

วิธีการของ มร.เอ็มมานูเอล ก็คือ ใช้วิธีจูงใจเพื่อทำให้พนักงานของลอรีอัลทุกคนตอบรับ หันมาร่วมกันสร้างวัฒนธรรมแห่งจรรยาบรรณที่เต็มไปด้วยจิตวิญญานของลอรีอัลเอง

โดยจรรยาบรรณของลอรีอัลนั้นมีด้วยกันอยู่ 4 หลักการ อันได้แก่ เคารพ, ซื่อสัตย์, กล้าหาญ และ โปร่งใส

มร.เอ็มมานูเอล กล่าวว่า ตัวเขานั้นมีหน้าที่พยายามทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจความมุ่งมั่นขององค์กร เข้าใจค่านิยมที่เป็นวัฒนธรรมขององค์กรในเรื่องของจรรยาบรรณ แน่นอนต้องย่อมมาจากการเข้ารับการอบรมที่เหมาะสม นอกจากนี้เขายังมีหน้าที่ประเมินสถานการณ์ของลอรีอัลสาขาต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย

" องค์กรเราเลือกเดินบนเส้นทางนี้โดยอาศัยการสร้างความเชื่อใจ เราเชื่อว่าถ้าคนเข้าใจรู้ซึ้งถึงคุณค่าแห่งจรรยาบรรณ พวกเขาจะดำเนินชีวิตบนเส้นทางนี้ด้วยตัวของเขาเอง"

ที่โดดเด่นก็คือ ลอรีอัลมีการสร้างวัฒนธรรมที่ชื่อว่า "กล้าพูด"

และเป็นที่มาของวันจรรยาบรรณประจำปี (Ethics Day) ที่เปิดโอกาสให้พนักงานลอรีอัลทุกคนได้สนทนาสดกับซีอีโอ ผ่านเว็บแชท โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา มากกว่าร้อยละ 50 ของพนักงานลอรีอัล เข้าร่วมการสนทนานี้ พร้อมด้วยข้อสงสัยกว่า 3,200 ข้อ (ในหมายเหตุมีการปกป้องพนักงาน ด้วยการปกปิดชื่อ) และหลังจากนั้นพนักงานยังสามารถสนทนาสดผ่านเว็บแชทกับผู้จัดการประจำประเทศโดยตรง กว่า 65 ประเทศที่ลอรีอัลดำเนินธุรกิจอยู่

" วัฒนธรรมแห่งจรรยาบรรณจะสำเร็จหรือไม่ ปัจจัยสำคัญอยู่ตรงที่องค์กรต้องทำให้พนักงานสามารถพูดและถามถึงข้อสงสัยที่มีอยู่ เขาต้องไม่เงียบ และตีความไปเอง ซึ่งผู้บริหารระดับสูงต้องชักชวนและรับฟังเพื่อให้พวกเขากล้าพูดโดยที่ไม่รู้สึกว่ากลัว หรือมีความผิด"

ดังนั้น อีกบทบาทของมร.เอ็มมานูเอลก็คือ ต้องพยายามฟังพนักงานทุกระดับตั้งแต่บนสุด ถึงล่างสุด และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเดินทางบ่อยๆ เพื่อไปเยี่ยมลอรีอัลทุกสาขาทั่วโลก

อย่างไรก็ดี คงยังจำกันได้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมา มร. ฌอง พอล แอกง ผู้เป็นซีอีโอ ลอรีอัล ประกาศพันธสัญญาเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน หรือ Sharing beauty with all ด้วยแนวทางของการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน การผลิตอย่างยั่งยืน การสร้างวิถีชีวิตเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นข้อสงสัยที่ติดตามมาว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับจรรยาบรรณ

มร.เอ็มมานูเอล อธิบายว่า ลอรีอัลเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในเรื่องความสำเร็จในแง่ผลประกอบการของการทำธุรกิจ การเป็นนายจ้างที่ดี และการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้สังคมมีการพัฒนาขึ้น

" Sharing beauty with all เป็นการนำเอาเป้าหมายทั้งสามเรื่องมาแตกย่อยให้เกิดความชัดเจน และมีการวัดผลที่ชัดเจน ถามว่าเกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณอย่างไร สำหรับลอรีอัลแล้ว จรรยาบรรณจะเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญ ส่วนพันธสัญญาอื่นๆ ก็เปรียบเหมือนกฏหมายย่อย"

กรุงเทพธุรกิจถามเขาต่อถึงเป้าหมายของลอรีอัลบนเส้นทางที่ชื่อจรรยาบรรณ ว่าจะมีภาพเป็นอย่างไรในปี 2020

คำตอบก็คือ แน่นอนวัฒนธรรมขององค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องจรรยาบรรณต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเพิ่มน้ำหนักความสำคัญในประเด็นปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการผลิต การบริหารความขัดแย้งขององค์กร การทุจริตคอรัปชั่น ฯลฯ

"แต่ที่ผมมุ่งเน้นเป็นพิเศษก็คือ ความถูกต้องในวิธีการทำงานของเราต้องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผลของการทำงาน และผลประกอบการ เพราะมันเป็นตัวผลักดันองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว"

ในทางกลับกัน ลอรีอัลบนเส้นทางที่ชื่อจรรยาบรรณ ในวันนี้ได้ผลิดอกออกผลแล้ว สิ่งที่ช่วยการันตีความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมให้กับลอรีอัล ก็คือ รางวัลและการยอมรับจากองค์กรภายนอก ยกตัวอย่างเช่น

ลอรีอัล ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 องค์กรของ The United Nations Global Compact ในปี 2556

ลอรีอัลได้รับการจัดอันดับ Aa+ (31 ธันวาคม 2556) โดย Covalence สถาบันประเมินและจัดอันดับบริษัทชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม จริยธรรม และความยั่งยืน ให้เป็นองค์กรอันดับ 1 ด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์หรูหรา อันดับ 2 ด้านของใช้ส่วนบุคคลและอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวเรือน และอันดับ 11 ในประเภทรวม

ในศตวรรษใหม่ จรรยาบรรณขององค์กรจะกลายเป็นใบผ่านให้ได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจ ถ้าองค์กรใดไม่มีก็ขาดความชอบธรรม คือมุมมองของ มร.เอ็มมานูเอล

แน่นอนที่ ลอรีอัล ก้าวไกลจากจุดนั้นมาเยอะมากแล้ว