วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอดีบี'เพิ่มคาดการณ์ศก.เอเชียโต6.2%

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี เพิ่มคาดการณ์ศก.เอเชียโต6.2% ชี้'การศึกษา-สุขภาพ'ล้าหลัง

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียประจำปี 2557 ซึ่งประกอบด้วย ประเทศกำลังพัฒนา 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก มีประเด็นสำคัญ ดังนี้

เอดีบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงมะนิลา ได้เปิดเผยรายงานคาดการณ์ แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียในปี 2557 และ 2558 โดยคาดว่า ประเทศกำลังพัฒนา 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอาจมีเศรษฐกิจขยายตัว 6.2% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดของเอดีบีในเดือนธ.ค.ที่ 6.0% และคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 6.4% ในปี 2558

ขณะที่ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโตเหลือ 2.9% ในปีนี้ ต่ำสุดในอาเซียน จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนต.ค.2556 ที่ระดับ 3.8% ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.5% ในปีหน้า จากที่โต 2.9% ในปี 2556 ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.4% ในปีนี้ จาก 2.2% ในปี 2556 และคาดว่าจะอยู่ที่ 2.6% ในปี 2558

เอดีบีระบุว่า การขยายตัวในจีนคาดว่าจะอยู่ที่ 7.5% ในปีนี้ ชะลอตัวจากการคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ที่ 7.7% และมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงต่อไปสู่ 7.4% ในปี 2558 ขณะที่จีนดำเนินนโยบายที่มีเป้าหมายเพื่อการขยายตัวที่สมดุลและยั่งยืน

ด้านเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 5.5% ในปีนี้ มากกว่าที่คาดไว้ที่ 4.7% ในเดือนธ.ค. แม้อินเดียยังคงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าแนวโน้ม ซึ่งสามารถแก้ไขด้วยการขจัดอุปสรรคด้านการลงทุน

สำหรับ ภาวะการค้าโลกที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ 5.0% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขประมาณการครั้งก่อนที่ 4.8% โดยมาเลเซีย, สิงคโปร์และเวียดนามนำการขยายตัว ขณะที่ความไม่สงบทางการเมืองจะยังคงสกัดกั้นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นก็ต่อเมื่อเข้าสู่ปี 2558

เอดีบียังคาดว่า เงินเฟ้อในเอเชียจะทรงตัวเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกยังคงอ่อนแอ และความเสี่ยงในช่วงขาขึ้นมีแนวโน้มที่จะมาจากการปรับอัตราราคาเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่ได้รับการอุดหนุนในบางประเทศ โดยคาดว่าเงินเฟ้อในภูมิภาคจะอยู่ที่ 3.6% ทรงตัวจากการคาดการณ์ครั้งก่อน แต่สูงกว่าอัตราที่แท้จริงที่ 3.4% ในปีที่ผ่านมา

เอดีบีตั้งข้อสังเกตว่า แม้ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงล้าหลังภูมิภาคอื่นๆในการใช้จ่ายสาธารณะด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพ โดยเอดีบีเรียกร้องให้ประเทศต่างๆขยายมาตรการเพิ่มรายได้เพื่อนำไปใช้ในโครงการลดความยากจนและลดช่องว่างด้านรายได้

ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีแนวโน้มที่จะสามารถรักษาแรงหนุนทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้ต่อไป และอยู่ในสถานะที่พร้อมที่จะจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงเล็กน้อย และจากอุปสงค์ที่ไม่แน่นอนจากประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เอดีบีระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะสามารถดำเนินมาตรการสกัดกั้นปัญหาล่วงหน้า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตไม่ให้ได้รับผลกระทบจากกระแสเงินลงทุนไหลเข้าที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้

"ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนในอนาคตนั้น การเสริมความแข็งแกร่งให้แก่มาตรการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก่อนที่เศรษฐกิจจะเฟื่องฟู จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการไหลออกของเงินทุนอย่างฉับพลันเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำลง"

เอดีบีระบุว่า ถึงแม้แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้เผชิญความเสี่ยงน้อยลง แต่การปรับตัวขึ้นของเศรษฐกิจในภูมิภาคก็จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงผลกระทบที่ตลาดการเงินโลกได้รับจากการปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และแนวโน้มในการคุมเข้มนโยบายการเงินในสหรัฐ, การที่เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วฟื้นตัวอย่างไม่ต่อเนื่อง และความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอการเติบโตลง ในขณะที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าที่จะจำกัดการขยายตัวของสินเชื่อ

แนวโน้มเอเชียถูกบั่นทอนจากจีน

ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย จะเติบโตมากขึ้นในช่วง 2 ปีหน้า แต่การขยายตัวจะถูกบั่นทอนจากการที่รัฐบาลจีนพยายามชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจและจัดวางนโยบายให้การขยายตัวดำเนินไปอย่างยั่งยืนและสมดุล

เอดีบีคาดว่าการปรับนโยบายของจีนอาจบดบังความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอุตสาหกรรมอย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น พร้อมประเมินว่าจีดีพีของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ซึ่งประกอบด้วย 45 ประเทศ จะอยู่ที่ 6.2% ปีนี้ก่อนขยับขึ้นเป็น 6.4% ในปี 2558 ขณะที่เมื่อปีที่แล้วการเติบโตอยู่ที่ 6.1%

"ระดับดังกล่าวจะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก รวมถึงมีสัดส่วนมากที่สุดในการเติบโตของโลก" นายจวง จูหง นักเศรษฐศาสตร์ระดับสูงของเอดีบี แถลงที่ฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม เอเชียตะวันออกจะเผชิญแนวโน้มการเติบโตที่ลดลง สืบเนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ผลจากความพยายามของทางการจีนในควบคุมการเติบโตของสินเชื่อ

"แนวโน้มการเติบโตของภูมิภาคขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของประเทศอุตสาหกรรมและการที่จีนบริหารสินเชื่อในประเทศได้อย่างราบรื่น" รายงานระบุ พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 7.5% ปีนี้ ก่อนลดลงเหลือ 7.4% ปี 2558 จาก 7.7% เมื่อปีที่แล้ว

นายจวงกล่าวว่ารัฐบาลจีนเดินหน้าปรับความสำคัญด้านนโยบายไปเน้นที่คุณภาพของการเติบโต ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงในระยะสั้นแต่จะทำให้การเติบโตดำเนินไปอย่างมั่นคงในระยะยาว ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีแถลงที่กรุงปักกิ่งว่าความพยายามของจีนในการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจกำลังส่งผล

นายเจอร์เกน คอนราด หัวหน้าแผนกเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่าภาคบริการของจีนขยายตัวแข็งแกร่งเมื่อปีที่แล้ว และมีสัดส่วนมากขึ้นในจีดีพี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในแง่ของสร้างสมดุลสำหรับความต้องการในประเทศ แม้เศรษฐกิจยังถูกขับเคลื่อนส่วนใหญ่จากการลงทุน

สำหรับภูมิภาคเอเชียใต้นั้น เอดีบีคาดว่าจะขยายตัว 5.3% ปีนี้ ขึ้นอยู่กับการปฏิรูปในอินเดียซึ่งยังดำเนินการปฏิรูปได้ต่ำกว่าศักยภาพที่มีอยู่ พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 5.5% ปีนี้

ด้านเอเชียอาคเนย์ได้รับผลกระทบเมื่อปีที่แล้วจากการส่งออกที่ลดลงและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ ทำให้จีดีพีลดเหลือ 5% เมื่อปีที่แล้ว และคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ระดับเดียวกับปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่าการลดคิวอีของสหรัฐอาจสร้างความผันผวนในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่างๆ เป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้

"ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอยู่ในสถานภาพที่ดีขึ้นในการรับมือภาวะช็อก" นายจวงระบุ พร้อมเสริมว่าหลายประเทศในภูมิภาคมีการได้เปรียบดุลและระบบธนาคารที่แข็งแกร่งมากขึ้น