วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.แห่ตั้งกองทรัสต์เมินภาษีไม่เอื้อ

แบงก์กสิกรไทย เชื่อเอกชนแห่ออกกองทรัสต์ครึ่งปีหลัง แม้เกณฑ์ภาษียังไม่เอื้อ เหตุกองทรัสต์สามารถกู้เงินได้ เผยมีดิวอยู่ในมือ 7-8 ราย

นายภานพ อังศุสิงห์ ผู้บริหารสายงานวาณิชธรกิจ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มของการตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือรีท นั้น มีแนวโน้มมากขึ้น หลังจากที่ก.ล.ต.ไม่อนุญาตให้จัดตั้งกองอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ายังมีข้อติดขัดด้านภาษี แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับผลตอบแทนของการลงทุนเพราะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีบริษัทที่ต้องการจัดตั้งกองทรัสต์ ที่อยู่ในการดูแลของบริษัทประมาณ 7-8 ราย

"แม้กองทรัสต์ยังติดขัดเรื่องภาษี แต่เชื่อว่าความต้องการในการออกกองทรัสต์ยังมีต่อเนื่อง เพราะการตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถจัดทำได้แล้ว โดยมองว่าในครึ่งปีแรกยังไม่น่าจะมีบริษัทจดทะเบียน ให้ความสนใจมากนัก น่าจะเห็นความคึกคักในการจัดตั้งกองทุนครึ่งปีหลัง หากการเมืองมีแนวโน้มที่ดีขึ้น"

กองทรัสต์มีข้อดีที่สามารถกู้เงินได้ ทำให้มีโอกาสการสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น และมีข้อจำกัดที่น้อยกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เดิม แม้ไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 จะมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมา เชื่อจะไม่ดึงสภาพคล่องตลาดหายไป จนส่งผลกระทบกับการตั้งกองทรัสต์ เพราะกองทรัสต์ให้ผลตอบแทนดีกว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสร้างความน่าสนใจกับนักลงทุนให้หันมาลงทุนเพิ่มขึ้น

นายแพทย์ สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะจัดตั้งกองทรัสต์ขึ้น โดยมีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทยทำหน้าที่เป็นผู้ทรัสต์ตีให้แก่กองทรัสต์ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในเดือนเมษายนนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ากองทุน มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท

"การตั้งกองทรัสต์นั้น เชื่อว่านักลงทุนจะให้ความสนใจในการลงทุน แม้จะมีข้อติดขัดในเรื่องภาษีที่ยังมีอยู่ แต่กองทรัสต์สามารถกู้เงินเพื่อลงทุนได้เอง ทำให้ไม่ต้องรบกวนผู้ถือหน่วยลงทุนมากนัก และสร้างการเติบโตให้นักลงทุนได้ ซึ่งทางบริษัทคาดหวังว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า หากมีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีเกิดขึ้น จะยิ่งช่วยสร้างความสนใจให้กับหน่วยลงทุนมากขึ้นในอนาคต"

ในเบื้องต้นนั้นบริษัทจะนำเอาสินทรัพย์ 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 4.7 พันล้านบาท ขายเข้ากองทุน ได้แก่ โครงการศูนย์กระจายสินค้า ลาดกระบัง PHASE 1 และ 2 ศูนย์กระจายสินค้า ถนนบางนาตราด กม.18 และศูนย์กระจายสินค้า ถนนบางนา ตราด กม.23 เข้าในการระดมทุน นอกจากนี้ บริษัทจะแปลงสภาพของกองทุนอสังหาริมทรัพย์เดิม ของบริษัท จำนวน 3 กอง มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เข้ามาอยู่ในกองทรัสต์ในอนาคต

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสนใจในการเข้าไปร่วมลงทุนในพื้นที่คลังสินค้า หรือโรงงานในกลุ่มประเทศเออีซี เพื่อนำเข้ามาไว้ในกองทุนเพิ่มขึ้น โดยจะต้องมีรูปแบบธุรกิจเหมือนธุรกิจเดิมของบริษัท และมีมูลค่าการลงทุน 500 - 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา 1 ราย

ในส่วนความคืบหน้าของโครงการโซลาร์รูฟท็อปกำลังการผลิต 4.5 เมกะวัตต์นั้น ปัจจุบันบริษัทได้รับใบอนุญาต รง. 4 และ ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จ คาดว่าจะจ่ายไฟได้ใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ นอกจากจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าเพิ่มอยู่ แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนอีกครั้ง