วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่ายรถหรูเยอรมนีเน้นทำตลาดนอก

ซีอีโอค่ายรถหรูเยอรมนีบีเอ็มดับเบิลยู และเดมเลอร์ เน้นทำตลาดรถยนต์ในต่างประเทศ และนอกภูมิภาคมากขึ้น

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารบีเอ็มดับเบิลยู นายนอร์เบิร์ต ริทโธเฟอร์ กล่าวว่า บริษัทปรับกลยุทธ์ใหม่ เริ่มหันมาเน้นทำตลาดรถยนต์ในต่างประเทศ และภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากเยอรมนี และในทวีปยุโรป เพื่อรักษายอดขายในตลาดโลกและรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรถหรูหราของโลกให้ได้ต่อไป

ความต้องการรถยนต์ไฮ-เอนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรถยนต์ที่มียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุดคือ เมอร์เซเดส ออดี้ รถยนต์นั่ง และรถเอสยูวี ของบีเอ็มดับเบิลยู และปอร์เช่ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ค่ายรถเยอรมนีเหล่านี้ครองส่วนแบ่งรถพรีเมียม ในตลาดรถยนต์โลกเกือบ 80%

ที่ผ่านมา เยอรมนีส่งออกรถยนต์ 3 แบรนด์ดัง จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เริ่มผลิตจากประเทศอื่น ทั้งจากโรงงานผลิตในเมืองฉางชุนของจีน จนถึงเมืองชัตตานูกา รัฐเทนเนสซี สหรัฐ โดยผลิตได้เร็วกว่าโรงงานผลิตในฐานการผลิตที่เยอรมนี และนับตั้งแต่ปี 2543 การผลิตในโรงงานต่างประเทศของบรรดาค่ายรถเยอรมนีเพิ่มขึ้น 134% เป็น 8.6 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว แต่ในช่วงเดียวกัน การผลิตที่โรงงานผลิตในเยอรมนีกลับขยายตัวเพียง 6% เป็น 5.4 ล้านคันเท่านั้น

นายริทโธเฟอร์ กล่าวว่า บริษัทจะทุ่มทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายโรงงานผลิตในสหรัฐ ที่ถือเป็นโรงงานผลิตใหญ่สุดของค่ายรถเยอรมนี และโรงงานแห่งนี้จะถูกใช้เป็นที่ประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ทั้งเอสยูวีขนาดใหญ่ ที่มีชื่อรุ่นว่า บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์7 และรถเอสยูวีรุ่นอื่นๆที่ประกอบที่โรงงานแห่งนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังเพิ่มตำแหน่งงานอีก 800 ตำแหน่ง ทำให้บริษัทมีพนักงานกว่า 8,000 คนมากกว่าโรงงานผลิตรถแห่งอื่นๆในสหรัฐ ซึ่งเมื่อขยายโรงงานเสร็จ โรงงานที่สปาร์ตันเบิร์กจะผลิตรถยนต์ได้มากถึง 450,000 คันต่อปี โดยในปี 2556 โรงงานแห่งนี้ผลิตรถยนต์ได้เกือบ 300,000 คัน และส่งออก 70% ของยอดการผลิต