วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยักษ์ใหญ่น้ำมันแห่เข้าพม่า ปตท.สผ.วืดสิทธิสำรวจก๊าซ

ก.พลังงานพม่า เผยบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ต่างชาติได้สัมปทานสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง ปตท.สผ. วืดสัมปทาน

กระทรวงพลังงานพม่า ระบุในเว็บไซต์ ว่า พม่าได้มอบสิทธิสำรวจพลังงานในแหล่งน้ำตื้น 10 แห่ง และ แหล่งน้ำลึก 10 แห่ง ในกระบวนการประมูลที่เริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2556 โดยบริษัทที่ได้รับสิทธิเข้าสำรวจ เช่น รอยัล ดัทช์ เชลล์จากอังกฤษ, โคโนโคฟิลลิปส์สหรัฐ, โทเทลจากฝรั่งเศส,

เงื่อนไขในสัญญาแบ่งปันการผลิตระบุว่า ผู้ชนะสิทธิในแหล่งน้ำลึก จะสามารถสำรวจและดำเนินงานในแหล่งดังกล่าวได้ด้วยตนเอง แต่ผู้ชนะสิทธิในแหล่งน้ำตื้น จำเป็นต้องทำงานร่วมกับหุ้นส่วนที่เป็นบริษัทพม่าที่จดทะเบียนไว้กับทางกระทรวง

องค์การสถิติกลาง (CSO) ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของพม่า ถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่ครองส่วนแบ่งใหญ่ที่สุด ในเงินลงทุนจากต่างชาติในประเทศ โดยภาคดังกล่าวได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติราว 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 40% ของปริมาณเงินลงทุนจากต่างชาติทั้งหมดในพม่า หากนับจนถึงเดือนก.ย. 2556

พม่าส่งออกก๊าซธรรมชาติเป็นมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค. 2556 โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.5 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อนหน้านั้น และส่วนใหญ่เป็นการส่งออกให้แก่ไทย

เผยก๊าซพม่า7.8ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต

บริษัทบีพี ของอังกฤษ ระบุในรายงานสถิติพลังงานโลก ว่า ก๊าซธรรมชาติสำรองของพม่า ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมีปริมาณราว 7.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตในช่วงสิ้นปี 2555

บริษัทพม่าร์ 160 แห่งได้จดทะเบียนกับกระทรวงพลังงานในฐานะบริษัทที่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทต่างชาติที่ชนะสิทธิในแหล่งน้ำตื้น

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกล่าวว่า มีบริษัทพม่าเพียงไม่กี่แห่งในจำนวนนี้ที่มีประสบการณ์ทำงานด้านน้ำมันและก๊าซ

ผู้ชนะสัมปทานจำเป็นต้องเข้ารับการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และต้องยื่นรายงานต่อคณะกรรมการการลงทุน ก่อนที่จะเริ่มการดำเนินงาน

ปตท.สผ.วืดชี้ไม่กระทบการดำเนินงาน

ด้าน นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ.เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ จำนวนหนึ่งแปลงสำรวจ ซึ่งถึงแม้จะไม่ชนะการประมูลครั้งนี้ ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการ เนื่องจาก ปตท.มีแปลงสัมปทานปิโตรเลียมที่อยู่ในระหว่างการสำรวจและผลิตในพม่า เหลืออยู่หลายแปลง ซึ่งที่ผ่านมาการลงทุนด้านปิโตรเลียมในพม่า ก็เป็นประเทศที่บริษัทให้ความสำคัญ และมีมูลค่าลงทุนอยู่มากพอสมควรอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ บริษัทปตท.สผ.ประกาศ แผนกลยุทธ์และการดำเนินงาน 5 ปี (2557-2561) ซึ่งจะใช้เงินลงทุนกว่า 27,282 ล้านดอลลาร์ จะแบ่งเป็นประมาณการรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) จำนวน 17,532 ล้านดอลลาร์ และรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) อีกจำนวน 9,750 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ยังไม่รวมวงเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการที่จะมีดำเนินการผลิตอยู่แล้ว เพื่อโอกาสทางธุรกิจ และรักษาระดับการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะในปี 2559 และ 2560 ที่รายได้จากการขายจะลดลง ตามปริมาณการผลิตปิโตรเลียมที่ลดลง

แผนประมาณการรายจ่ายการลงทุนในช่วง 5 ปี จำนวน 17,532 ล้านดอลลาร์ นั้น จะแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศเพื่อรักษาระดับการผลิตปิโตรเลียม เอาไว้จำนวน 49% และเป็นการลงทุนนอกประเทศ 51% โดยแบ่งเป็นเป็นการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพม่า 21% การลงทุนในอเมริกาเหนือ 16% ตะวันออกกลางและแอฟริกา 13% และการลงทุนในออสเตรเลีย 1%

สำหรับโครงการสำรวจในพม่าที่มีอยู่เช่น โครงการพม่า เอ็ม 3 โครงการพม่าพีเอสซีจี และอีพี 2 มุ่งเน้นการบริหารจัดการการลงทุนในภาพรวม ส่วนแปลงสัมปทานที่ทาง ปตท.สผ. ถือหุ้นอยู่100% เช่น แหล่ง MD 7-8 ของพม่า ก็มีแผนที่จะหาพันธมิตรเข้ามาร่วมถือหุ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะที่แหล่งซอติก้า ก็คาดว่าจะเริ่มผลิตและส่งก๊าซได้ในเดือนเม.ย. นี้

ยันต้องวางฐานพลังงานในพม่า

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปิโตรเลียม กลับเข้าสู่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่พม่า จำนวนมากในครั้งนี้ เพราะการประกาศยกเลิกคว่ำบาตรทางการค้า ซึ่งทำให้เห็นแนวโน้มการค้นพบปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของพม่าที่จะเติบโตมากกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า โดยอาศัยทรัพยากรทางปิโตรเลียมเป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับที่อีสเทิร์นซีบอร์ดของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่ทาง ปตท.สผ.สามารถเข้าไปวางพื้นฐานการลงทุนเอาไว้ล่วงหน้าได้ดีพอสมควร ในขณะที่ ปตท. และ กฟผ. ต่างก็มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจด้านพลังงาน เช่น โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า ในอนาคตเช่นเดียวกัน