นักลงทุนแห่เก็งกำไรหุ้นสามารถคอร์ป ราคาพุ่งทุบสถิติรอบ 3 เดือน โบรกเกอร์แจงเหตุเทรดคึก เพราะเก็งรับสิทธิ์ไอพีโอวันทูวัน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นจนติดอันดับ 1ใน 10 หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด โดยราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 18.30 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ทุบสถิติในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา
แหล่งข่าวฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น (SMART) กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและมีวอลุ่มการซื้อขายที่คึกคัก เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาลงทุน เพราะต้องการสิทธิ์ในการจัดสรรหุ้นไอพีโอบริษัทวันทูวัน ซึ่งเป็นบริษัทลูก โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมโดยได้แต่งตั้งที่บล.บัวหลวงเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำในการเสนอขายหุ้น ซึ่งจะเสนอขายหุ้นประมาณกลางพ.ค.นี้ จากนั้นก็จะเข้าเทรดในตลาดเอ็มเอไอ
"แม้ว่าสถานการณ์การเมืองจะยังไม่แน่นอน แต่บริษัทจะเดินหน้าระดมทุน ตามกำหนดเดิมและไม่มีแผนจะเลื่อนการเสนอขาย ซึ่งหากบริษัทลูกเสนอขายหุ้นและเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ เชื่อว่าบริษัทสามารถซึ่งเป็นบริษัทแม่ย่อมได้รับประโยชน์จากการระดมทุนในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะจะช่วยหนุนมูลค่าหุ้นให้เพิ่มขึ้นได้"
จากการสำรวจข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น ณ 21 มี.ค.2557 เทียบกับปี 2556 พบว่ากลุ่มตระกูลวิไลลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทสามารถได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น โดยนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ถือหุ้น 12.14%จากเดิมถือ 12.04% นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ 11.94%จากเดิมเคยถือ 11.85% ขณะที่นางศิริเพ็ญ วิไลลักษณ์ 0.59% จากเดิมไม่ปรากฏการถือครองหุ้น
ด้านนักลงทุนรายใหญ่ได้เพิ่มสัดส่วนถือครอง นายณัฐพล จุฬางกูร ถือ 1.95%จากเดิมไม่ปรากฏการถือหุ้น และนายทวีฉัตร จุฬางกูรถือ 1.95% จากเดิม 1.21% และนายศักดิ์ชัย ศักดิ์ชัยเจริญกุล ถือ 0.70 % จากเดิมไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้น
ขณะที่กลุ่มนอมินีต่างชาติได้ลดสัดส่วนการถือครอง โดยเอชเอสบีซี (สิงคโปร์) นอมินี เคยถือหุ้น 1.82% และเดอะ แบงก์ ออฟ นิวยอร์ก (นอมินี) เคยถือหุ้น 0.62% ล่าสุดไม่ปรากฏการถือครองหุ้นแล้ว ส่วนสเตรท สตรีท แบงก์ ยุโรป ถือหุ้น 0.6% จากเดิมเคยถือ 1.53%
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไร เพื่อหวังได้รับสิทธิ์หุ้นไอพีโอบริษัทวันทูวัน (OTO) ในอัตรา 5 ขณะที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนเช่นการกำไรมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ขณะราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุว่าบริษัท One To One Contact Plc. (OTO) หนึ่งในบริษัทย่อยของกลุ่มสามารถ มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดในช่วงกลางไตรมาส 2/2557 โดยจะขายหุ้นสามัญออกใหม่ 70 ล้านหุ้น บวกกับหุ้นสามัญเดิมที่ถือโดยสามารถ 10 ล้านหุ้น ขายให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่ง วันทูวัน จะให้สิทธิจองซื้อหุ้นไอพีโอ แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถฯ ก่อนในอัตราส่วน 50.3165 หุ้น สามารถต่อหนึ่งหุ้นออกใหม่ของวันทูวัน ที่ราคา ไอพีโอ จำนวนหุ้นทั้งหมดที่ให้สิทธิจองก่อนมีจำนวนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น หรือ 25% ของ 80 ล้านหุ้น และจะขึ้นเครื่องหมายรับสิทธิ์ดังกล่าวกล่าวใน วันที่ 31 มี.ค.2557
"แผนการนำวันทูวัน เข้าจดทะเบียนถูกเลื่อนจากปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะตลาดทุนไม่เอื้ออำนวยในมุมมองของฝ่ายวิจัย การให้สิทธิจองก่อนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ สามารถ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกต่อราคาหุ้นสามารถสำหรับกำไรสุทธิของ วันทูวัน ในปี 2556 อยู่ที่ 90 ล้านบาท และการออกหุ้นไอพีโอใหม่ ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทวันทูวัน ลดลง 28.5% อย่างไรก็ตาม เงินสุทธิจากการขายไอพีโอ จะช่วยขยายธุรกิจคอลล์ เซ็นเตอร์ ในไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต การเติบโตของกำไรจากการขยายตัวของธุรกิจจะชดเชยผลกระทบจากการไดลูชั่น ต่อกำไรต่อหุ้น ในขณะที่ สภาพคล่องหุ้นวันทูวันที่สูงขึ้นหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น จะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มมูลค่าให้หุ้น สามารถได้ "
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เคเคเทรด กล่าวว่า การนำบริษัทวันทูวันเข้าตลาด สามารถ แจ้งสิทธิการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท วันทูวันไม่เกิน 20 ล้านหุ้น อัตราหุ้นสามัญสามารถ 50.3165 หุ้น ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของวัน ทู วัน ขึ้นเครื่องหมาย XB วันที่ 31 มี.ค. โดยราคาเสนอขายจะเป็นราคาเดียวกับไอพีโอ ซึ่งสามารถ จะได้ประโยชน์จากการรับรู้กำไรส่วนต่างราคาไอพีโอกับต้นทุนที่ถือหุ้นบริษัทลูกอยู่ 0.50 บาทต่อหุ้น
"เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการรายได้ปีนี้ มีโอกาสปรับขึ้นจากเป้าหมายของผู้บริหารบริษัทสามารถ ตั้งเป้าหมายปีนี้รายได้ 31,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%จากปีก่อน จากเป้าหมายรายได้บริษัทสามารถไอโมบาย(SIM) ที่ 13,000 ล้านบาท บริษัทสามารถเทลคอม (SAMTEL) 11,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ของกลุ่มบริษัทที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้เป้ารายได้ของผู้บริหารสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 25,874 ล้านบาท เนื่องจากเรารวมความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัวและปัจจัยการเมือง"
ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด โดยเฉพาะ สามารถ ยู -ทรานส์ จะเริ่มรับรู้รายได้งานวิทยุการบิน 800 ล้านบาท และ บริษัทเทด้าจะทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ 1,700 ล้านบาท ส่วนสามารถไอโมบายมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของ สมาร์ท โฟน ราคาต่ำ 4-5 พันบาท และ ธุรกิจ MVNO 3G TOT จะ เทิร์นอะราวด์ ขณะที่สามารถเทลคอม จะเติบโตต่ำที่สุดในกลุ่ม แนวโน้มไตรมาส1/2557 และบริษัทสามารถไอโมบายจะดีสุด ในไตรมาส1/2557 เบื้องต้นคาดว่าผลการดำเนินงานบริษัทสามารถไอโมบาย จะมีกำไรฟื้นตัว ดีสุดเมื่อเทียบกับบริษัทสามารถเทลคอมและบริษัทสามารถ เนื่องจากยอดขายเครื่องโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 4-5%จากงวดไตรมาสก่อน

