ปลัดกระทรวงพลังงานสั่ง ปตท. ดูแลส่งก๊าซโรงไฟฟ้า 4 แห่ง หลังยกเลิกสัญญาท่อก๊าซนครสวรรค์
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงานและกรรมการ บมจ.ปตท. เปิดเผยว่า บอร์ด ปตท. เห็นชอบให้ยกเลิกสัญญาว่าจ้าง Punj Lloyd บริษัทผู้รับเหมาจากอินเดียที่ก่อสร้างโครงการท่อก๊าซเส้นที่ 4 ระยอง -แก่งคอย ระยะทาง 300 กม. วงเงินลงทุนประมาณ 39,000 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถก่อสร้างงานได้ และ Punj Lloyd ถูกฟ้องร้องจากผู้รับเหมาช่วง ซึ่งบริษัทนี้จะถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่สามารถรับงาน ปตท. ได้อีก ล่าสุดก่อสร้างได้ประมาณร้อยละ 50 และ ปตท. ต้องประกาศหาผู้รับเหมามาดำเนินการแทน
จากปัญหาดังกล่าวทำให้โครงการล่าช้าไป 1 ปี จากเดิมจะก่อสร้างเสร็จในปีนี้ คงจะเป็นปลายปี 2558 แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ กระทบต่อโรงไฟฟ้า 4 โรง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าไอพีพีในเครือกัลฟ์เล็กตริก 2 แห่ง ที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี และอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยังมีเอสพีพี 2 แห่งตามแนวท่อก๊าซ โดย ปตท. เร่งดำเนินการจัดการก๊าซเพื่อให้เกิดผลกระทบเกิดน้อยที่สุด
" ได้กำชับ ปตท. ในการคัดเลือกผู้รับเหมาให้คำนึงถึงคุณภาพควบคู่ราคา เพราะโครงการล่าช้าเช่นนี้จะกระกระทบต่อประชาชนทั้งแง่ไฟฟ้า เอ็นจีวี และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ" นายสุเทพ กล่าว
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท. มีกระแสเงินสด 70,000 ล้านบาท เพราะเดิมเตรียมไว้สำหรับการจ่ายเงินโครงการท่อก๊าซเส้นที่ 4 เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสมและคงไม่ออกหุ้นกู้ใหม่ โดยการออกหุ้นกู้กลุ่ม ปตท. มีการบริหารร่วมกัน ขณะนี้ บมจ.ไออาร์พีซี กำลังเสนอออกหุ้นกู้ 10,000 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้านี้ไทยออยล์ออกไปแล้ว 15,000 ล้านบาท
นายสุรงค์ยังให้ความเห็นกรณีสหรัฐลดวงเงินคิวอีลงด้วยว่า จะมีผลทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า เงินบาทอ่อนค่า และมีผลต่อราคานำเข้าพลังงานและผู้ที่มีต้นทุนเงินกู้ดอลลาร์ รวมทั้งมีโอกาสขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ง กลุ่ม ปตท. ได้ติดตามและวางแผนป้องกันปัญหา ซึ่งปัจจุบัน ปตท. มีพอร์ตเงินกู้ในรูปดอลลาร์ร้อยละ 25 จากเงินกู้ทั้งหมด 700,000 ล้านบาท







