วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.หนุนแนวคิดจัดตั้งอาเซียน ฮับ

ปตท.ผนึกกำลังประเทศผู้นำเข้า LNG หนุนแนวคิดจัดตั้ง อาเซียน ฮับ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด ( มหาชน) กล่าวว่า ในงานประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านก๊าซธรรมชาติ ครั้งที่ 42 (GASTECH 2014) ที่เมืองโกยาง สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2557นี้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ได้มีแนวคิดที่จะร่วมกันจัดตั้งอาเซียน ฮับ ( Asian Hub ) เพื่อรวมตัวกันในการเจรจาเรื่องราคาในการทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว ( LNG ) กับประเทศคู่ค้า ซึ่งตรงกับความเห็นของไทย ว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีความสัมพันธ์ที่ดีนั้น ก็สนใจในแนวคิดนี้และคาดว่าจะรวมกลุ่มเพื่อเจรจาเช่นกัน เพราะปัจจุบันกลุ่มประเทศในเอเซีย แปซิฟิก ทำสัญญาซื้อขาย ด้วยสูตรราคาในเอเชีย LNG ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศนำเข้ารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยสูตรราคาดังกล่าวจะอิงกับราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นหรือ (JCC ) ซึ่งมีการบวกค่าธรรมเนียมพิเศษ ( Asian Price Premium) ทำให้ราคา LNG ในเอเชีย แปซิฟิก สูงกว่าภูมิภาคอื่น ประมาณร้อยละ 15-16 แพงกว่ายุโรป ประมาณ 5 เหรียญสหรัฐ ต่อล้านบีทียูและแพงกว่าสหรัฐ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

นอกจากนี้ เมื่อสหรัฐค้นพบแหล่งแก๊สจากชั้นหินดินดาน (เชลล์แก๊ส) ทำให้มีปริมาณแก๊สธรรมชาติในโลกเพิ่มมากขึ้น และราคาค่อนข้างต่ำ ประกอบกับบริษัทค้าน้ำมันระดับโลก เช่น เชลล์ เชฟรอน เอสโซ่ หันมารุกธุรกิจ LNG เพราะโลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของ LNG ซึ่งบริษัทค้าน้ำมันข้ามชาติเหล่านี้ ได้ไปลงทุนซื้อแหล่งผลิต และมากำหนดราคาก๊าซ LNG แบบผสม ( ราคาไฮบริด) ซึ่งเป็นการผสมระหว่างราคา JCC กับ ราคาตลาดก๊าซธรรมชาติเหลวในสหรัฐ ( Henry Hub) ที่มีข้อดีแตกต่างกัน เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และไม่ผันผวนมาก ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้นำเข้าก๊าซทั่วโลก ดังนั้น จึงเชื่อว่าประเทศผู้ค้าก๊าซ LNG โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลางจะให้ความสำคัญกับการกำหนดราคา LNG มากขึ้น และ เชื่ิอว่า Asian HUb จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหาเกิดขึ้นจริง จะส่งผลดีให้ราคาก๊าซ LNG ที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าถูกลง และคงส่งผ่านมายังค่าไฟฟ้าในอนาคตให้ถูกลงด้วย

นายไพรินทร์ กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. จึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีที่จะเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การทำสัญญาซื้อขายก๊าซแอลเอ็นจีระยะยาว 20 ปี ปริมาณ 2 ล้านตันต่อปีกับบริษัท กาตาร์ ลิคิวไฟด์ แก๊สคอมพานี (กาตาร์แก๊ส) การก่อสร้างสถานีรับ-จ่ายก๊าซแอลเอ็นจีระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซจาก 5 ล้านตันเป็น 10 ล้านตันต่อปี การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนสร้างเรือผลิตแอลเอ็นจี (Floating LNG) และการร่วมทุนในโครงการผลิตและสำรวจปิโตรเลียมใน 12 ประเทศ