โรงเหล็กเตือนเหล็กเส้นมาตรฐานต่ำระบาดทั่วประเทศ ยึดครองตลาดกว่า 40%แนะแก้กฎหมาย เพิ่มโทษ ยึดเหล็กของกลางขายทอดตลาด
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผย ว่า ปัญหาเหล็กเบา หรือเหล็กเส้นที่มีขนาด และคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานนั้น ได้แพร่ระบาดมาอย่างยาวนาน และยากที่จะแก้ไข โดยในปัจจุบันคาดว่าในท้องตลาดมีเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐานมากกว่า 40% ของปริมาณเหล็กเส้นที่ขายทั้งประเทศ แต่ก็ลดลงจากอดีตที่มีเหล็กเส้นที่ต่ำกว่ามาตรฐานในท้องตลาดถึง 50% โดยจะแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างจังหวัด มากกว่าพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพราะมีการตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างค่อนข้างต่ำ เปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่าย
ขณะที่การก่อสร้างในกรุงเทพฯส่วนใหญ่จะเป็นโครงการใหญ่ๆมีที่ปรึกษาตรวจสอบรับมอบวัสดุก่อสร้างเข้มงวด ทำให้มีการแพร่ระบาดของเหล็กเบาน้อยกว่าต่างจังหวัด
โดยสินค้าเหล็กเส้นเกิดจากผู้รับเหมาก่อสร้างบางราย มุ่งเน้นแต่ลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด จนละเลยมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่ผู้อยู่อาศัยไม่มีความรู้เรื่องเหล็กเส้นเทคนิคการก่อสร้าง ทำให้ถูกผู้รับเหมาหลอกขายได้ง่าย
เขากล่าวว่า ปัญหาเกิดจากผู้ประกอบการผลิตเหล็กรายย่อย ไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทผลิตเหล็กขนาดใหญ่ได้ โรงผลิตเหล็กรายเล็ก จึงลดขนาดเหล็กเส้นเพื่อลดต้นทุน เช่น เหล็กเส้นขนาด 12 เซนติเมตร ลดลงเหลือ 10 เซนติเมตร โดยร้านค้ารายย่อย จะซื้อจากโรงงานคิดราคาเป็นน้ำหนัก เมื่อคิดเป็นจำนวนเส้นจะได้มากกว่าเหล็กเส้นที่ซื้อจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเมื่อนำไปขายปลีกเป็นจำนวนเส้นจะได้กำไรมากกว่า รวมทั้งเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าขายตัดราคากว่า 20% ทำให้เหล็กที่ได้มาตรฐานแข่งขันได้ยาก
"กฎหมายปัจจุบันหากตรวจพบว่ามีร้านค้าจำหน่ายเหล็กเบา ก็จะดำเนินการเพียงการตัดทำลายเพียงบางส่วน และเหล็กของกลางที่จับได้ก็มีน้ำหนักมากหลายพันตัน ยากแก่การเคลื่อนย้ายและหาสถานที่จัดเก็บ ทำให้ต้องฝากของกลางไว้กับผู้กระทำผิด ที่จะค่อยๆนำของกลางมาขาย รวมทั้งยังเปิดช่องให้มีการทุจริตได้"
แนวทางการแก้ปัญหา จะต้องแก้กฎหมายให้สามารถยึดเหล็กเบาที่จับได้เป็นของรัฐ โดยหน่วยงานตรวจจับจะต้องลงทุนก่อสร้าง หรือเช่าโกดัง เพื่อเก็บของกลางเหล่านี้ และนำไปตัดทำลายขายให้กับโรงหลอมเหล็กนำรายได้เข้ารัฐ ซึ่งเชื่อว่าหากทำได้จริงรายได้จากการขายเหล็กของกลางเหล่านี้ จะสามารถนำมาหมุนเวียนเป็นค่าเช่า หรือก่อสร้างโกดัง และการดำเนินงานในส่วนนี้ได้ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
“โรงงานที่กระทำผิดจะฉวยโอกาสผลิตเหล็กเบาในช่วงกลางคืน และนำสินค้าไปเก็บในโกดังนอกโรงงาน ส่วนในช่วงกลางวันก็ผลิตเหล็กที่ได้มาตรฐาน ทำให้การจับกุมทำได้ยาก และขาดหลักฐานมัดตัว รวมทั้งกฎหมายที่มีอยู่ยังขาดความรัดกุม และมีบทลงโทษที่ต่ำเกินไป ดังนั้นหากสามารถริบของกลางมาเป็นของรัฐ และเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น รวมทั้งเข้มงวดในการจับกุม ก็จะช่วยลดปัญหาเหล็กเบาได้” แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ปัญหาในขณะนี้ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและกำกับดูการผลิตและนำเข้าเหล็กรูปพรรณชนิดต่างๆ ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้กฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบกิจการ การประกอบกิจการในพื้นที่ ที่มีเหตุเชื่อว่าไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็กทุกประเภท
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ สมอ. ได้ตรวจโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ เขตบางขุนเทียน พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2543 โดยเป็นเหล็กเบาที่มีค่ามวลต่อเมตรไม่เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนด และแสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จำนวน 48,600 เส้น และยังได้เข้าตรวจสอบโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก ย่านเทพารักษ์ สมุทรปราการ พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพตามที่มาตรฐานกำหนด จำนวน 7,200 เส้น









