เหวี่ยงตัวช่วงสั้นรอสัญญาณใหม่ทางการเมือง ถอยไม่ต่ำกว่า 1,340 จุดน่า ทยอยสะสม
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ การตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะยังไม่สามารถทำให้เกิดปัจจัยหนุนใหม่ต่อ SET ได้ สำหรับแนวโน้มระยะ 1-2 สัปดาห์จากสมมติฐานปกติในกรณีที่ยังคงไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐบาลใหม่ออกมาเราประเมินเป้าของ SET ในกรณีดังกล่าวไว้ที่ราว 1,350-1,370 จุด บนสมมติฐาน EPS Growth ปี 2557 ที่ 8-10% ดังนั้นการเหวี่ยงตัวขึ้นของ SET เหนือบริเวณ 1,350-1,370 จุดภายใต้สถานการณ์การเมืองปัจจุบันยังดูไม่แข็งแกร่งในมุมมองของเรา อย่างไรก็ดีจากการที่เราประเมินว่าน่าจะเห็นสัญญาณของการมีรัฐบาลใหม่ได้ภายในครึ่งแรกของ เม.ย.2557 ทั้งจากกำหนดการเลือกตั้งใหม่ (ไม่เกิน มิ.ย.2557 เป็นปัจจัยบวก// เลยไปถึง ส.ค.2557 เป็นปัจจัยลบ) และการตัดสินที่จะกระทบต่อสถานะของรัฐบาลรักษาการโดยองค์กรอิสระ ดังนั้นตราบใดที่ SET ยังไม่ถอยตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,340 จุดอีกครั้ง ยังมีโอกาสที่ SET จะกลับมาแกว่งตัวในกรอบ 1,360-1,430 จุดอีกครั้งในเดือน เม.ย.2557
- ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-19 มี.ค.2557) ตลาดหุ้นโลกมีกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันอีก 9.2 พันล้านดอลลาร์ โดยที่เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นในกลุ่มพัฒนาแล้ว (Developed Market) ราว 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มกำลังพัฒนา (Emerging Market) ยังคงมีเงินทุนไหลออกเป็นสัปดาห์ที่ 21 ติดต่อกันอีก 4.2 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดีประเด็นที่น่าสนใจคือแม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีเงินทุนไหลออกอีก 2.1 พันล้านดอลลาร์ แต่ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP มีเงินทุนไหลเข้าสวนทางราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันอีก 34 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีเงินทุนไหลเข้า 1,125 และ 62 ล้านดอลลาร์
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,340 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,340-1,360 จุด โดยมี 1,340 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้นกลุ่ม “S-T Trading” ได้แก่ LH, CPALL, JAS, STEC, BCP, TUF และ CHG ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART






