"เจนเนอรัล มอเตอร์" เรียกคืนรถรอบใหม่จำนวน 1.5 ล้านคัน
ขณะซีอีโอจีเอ็ม "นางแมรี บาร์ร่า" ยอมรับต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกว่า บริษัทเลินเล่อในการตรวจสอบข้อบกพร่องของสวิตช์กุญแจ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพราะข้อบกพร่องเรื่องนี้ 12 ราย
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของจีเอ็ม "นางแมรี บาร์ร่า" กล่าวว่า เกิดปัญหาในกระบวนการของบริษัท จนทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายตามมา ขณะนี้ บริษัทกำลังเปลี่ยนวิธีรับมือการตรวจสอบและเรียกคืนรถที่มีปัญหาข้อบกพร่อง
ในช่วง 2 เดือนหลังสุด จีเอ็มเรียกคืนรถไปแล้วกว่า 3.1 ล้านคันในสหรัฐ และในประเทศอื่น ๆ เริ่มจากการเรียกคืนรถเมื่อเดือนที่แล้ว จำนวนกว่า 1.6 ล้านคัน เนื่องจากสวิตช์กุญแจบกพร่อง และการเรียกคืนครั้งล่าสุด ครอบคลุมถึงชุดสายไฟถุงลมนิรภัย ชิ้นส่วนเบรค และส่วนประกอบอื่น ๆ ในรถหลายรุ่น
จีเอ็ม ระบุว่า บริษัทจะมีค่าใช้จ่าย 300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวกับการเรียกคืนสวิตช์กุญแจรถและการเรียกคืนรถรอบใหม่อีก 3 ครั้ง
ก่อนหน้านี้ นางบาร์ร่า ได้ออกมาขอโทษ กรณีที่จีเอ็มไม่สามารถตรวจสอบข้อบกพร่องของสวิตช์กุญแจได้เร็วกว่านี้ และบริษัทกำลังทบทวนกระบวนการภายในและจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อไป
นางบาร์ร่า กล่าวด้วยว่า บริษัททำธุรกิจร่วมกับซัพพลายเออร์สวิตช์กุญแจ "เดลฟี่ ออโตโมทีฟ" เพื่อเพิ่มสายการผลิตที่สอง สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์และลูกค้าจะได้รับอีเมลแจ้งรายละเอียดภายในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนนี้
จีเอ็ม ระบุว่า การเรียกคืนรถครั้งล่าสุด รวมไปถึงรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ รถซีดานหรู และรถแวนขนาดใหญ่กว่า 1.5 ล้านคัน โดย 1.18 ล้านคัน เป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดกลาง ที่เรียกมาซ่อมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่ไม่อยู่ตามตำแหน่งที่ควรจะเป็น






