ธุรกิจประกันปีนี้โต10-15% สวน'ศก.ทรุด-การเมืองป่วน'

ธุรกิจประกันชีวิต-ประกันภัย แนวโน้มยังเติบโตต่อเนื่อง ประกันชีวิตโตไม่เกิน15% เหตุคนไทยยังมีความตื่นตัวต่อความเสี่ยงต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น
น่าสนใจ ธุรกิจประกันชีวิต-ประกันภัยปีนี้ แนวโน้มยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยประกันชีวิตโตไม่เกิน 15% จากปีก่อนเติบโตกว่า 13% ส่วนประกันภัย คาดปีนี้โต 10-12% ใกล้เคียงปีก่อน เนื่องคนไทยยังมีความตื่นตัวต่อความเสี่ยงต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ทางการเมือง สวนทางเศรษฐกิจไทยที่ยังทรุดต่อ กำลังซื้อหดตัว ยอดขายรถร่วง
หลังจากสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยตัวเลขประกันชีวิตเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เบี้ยประกันชีวิตรับรวมม.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 37,959.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.78% โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 11,472.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.36% ส่วนเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 26,486.56 ล้านบาท เติบโต 13.97% โดยมีอัตราความคงอยู่ 89% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี
สะท้อนให้เห็นถึงผู้เอาประกันชีวิต เห็นความสำคัญของการประกันชีวิตมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยกับชีวิตมากขึ้น อีกทั้งบริษัทประกันชีวิตแต่ละบริษัทได้มีการพัฒนาแบบของผลิตภัณฑ์ออกมาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างมั่นคง
สอดคล้องกับมุมมองของนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุว่า สมาคมยังไม่ได้ทำการประเมินตัวเลขอัตราการเติบโตของประกันชีวิตทั้งระบบปีนี้ จะเติบโตอัตราเท่าใด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข แต่ปีที่ผ่านมาเติบโต 13.3% ซึ่งหากประเมินคร่าวๆ ปีนี้ไม่น่าจะเติบโตเกิน 15% แต่ทั้งนี้ก็อยากให้ได้ตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นตัวเลขไหน
"สถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง บวกกับขณะนี้บริษัทประกันชีวิตมีช่องทางการขายที่หลากหลาย มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากกว่าเดิม ทำให้ประชาชนเข้าถึงประกันได้มากกว่าในอดีต"
รับปชช.ตื่นตัวต่อความเสี่ยงภัยสูง
ด้านนายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย ตัวเลขการรับประกันวินาศภัย จำแนกตามช่องทางการขาย โดยช่วงเดือนม.ค.-ธ.ค. 2556 มียอดขายผ่านช่องทางต่างๆ รวม 69,253,625 กรมธรรม์ ขยายตัวจากปีก่อน 35.37% มีเบี้ยประกันวินาศภัยรับรวม 203,671 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.08% ซึ่งเป็นผลจากประชาชนมีความตื่นตัวต่อความเสี่ยงต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ทางการเมือง จึงทำให้ตระหนักถึงความสำคัญในการทำประกันวินาศภัยมากขึ้น
ขายผ่านนายหน้าสูงสุด
ช่องทางการขายประกันวินาศภัย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดขายผ่าน "นายหน้า" 36,620,753 กรมธรรม์ คิดเป็น 52.88% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 54.59% เป็นเบี้ยประกันวินาศภัย 113,945 ล้านบาท มีสัดส่วน 55.95% ของเบี้ยประกันวินาศภัยรับรวมทุกช่องทาง ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.34%
ส่วนประกันภัยรถ และประกันภัยเบ็ดเตล็ด ประเภทการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน มีเบี้ยรับรวมสูงสุด ตามลำดับ รองลงมาได้แก่การขายผ่าน "ตัวแทน" มี 10,706,285 กรมธรรม์ คิดเป็น 15.46% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง ขยายตัวจากปีก่อน 14.17% โดยมีเบี้ยประกันวินาศภัย 28,915 ล้านบาท คิดเป็น 14.20% ของเบี้ยประกันวินาศภัยรับรวมทุกช่องทาง ขยายตัวจากปีก่อน 12.15%
ช่องทางการขายผ่านธนาคาร 7,518,812 กรมธรรม์ คิดเป็น 10.86% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทางขยายตัว 3.06% โดยมีเบี้ยประกันวินาศภัย 28,378 ล้านบาท คิดเป็น 13.93% ของเบี้ยประกันวินาศภัยรับรวมทุกช่องทางขยายตัว 11.62% ในจำนวนนี้เป็นเบี้ยรับรวมสูงสุด จากการประกันภัยเบ็ดเตล็ด ประเภทการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล
ขณะที่การขายผ่านองค์กร 2,807,761 กรมธรรม์ คิดเป็น 4.05% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง ขยายตัว 1.33% มีเบี้ยประกันวินาศภัย 11,955 ล้านบาท ขยายตัว 4.48% ส่วนการขายผ่านโทรศัพท์ 7,691,044 กรมธรรม์ คิดเป็น 11.11% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง มีเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 8,938 ล้านบาท
ประกันชีวิตขายผ่านตัวแทนมากสุด
ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต ตั้งแต่เดือนม.ค.-ธ.ค.2556 มียอดขายกรมธรรม์ 5,972,944 ฉบับ มีเบี้ยประกันภัยรับ 443,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.36% โดยขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตสูงสุด โดยมียอดขายกรมธรรม์ 4,353,173 ฉบับ มีเบี้ยรับ 242,040 ล้านบาท คิดเป็น 54.61% ของเบี้ยประกันภัยรับ ซึ่งบริษัทอเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ มียอดเบี้ยสูงสุด 100,403 ล้านบาท คิดเป็น 41.48% รองมาบริษัทไทยประกันชีวิต 47,773 ล้านบาท คิดเป็น 19.74% และบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต 16,955 ล้านบาท คิดเป็น 7.01%
ส่วนการขายผ่านธนาคาร มียอดขายกรมธรรม์ 1,020,201 ฉบับ มีเบี้ยรับ 170,769 ล้านบาท คิดเป็น 38.53% ซึ่งบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มีเบี้ยรับสูงสุด 40,368 ล้านบาท คิดเป็น 23.64% บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 39,057 ล้านบาท คิดเป็น 22.87% และบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต 24,153 ล้านบาท คิดเป็น14.14% ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมามีการขายประกันชีวิตประเภทสามัญ มียอดเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 23,972 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.92% ทำให้การขายผ่านธนาคารขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.48%
ช่องทางอื่นๆ เติบโต 27%
การขายผ่านทางโทรศัพท์ มียอดขายกรมธรรม์ 436,951 ฉบับ มีเบี้ยรับ 12,882 ล้านบาท คิดเป็น 2.91% ขยายตัว 13.18% 4. การขายผ่านนายหน้า มียอดขายกรมธรรม์ 34,690 ฉบับ มีเบี้ยรับ 9,946 ล้านบาท คิดเป็น 2.24% ขยายตัว 9.74%
ขณะที่การขายผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส อินเตอร์เน็ต ซื้อตรง และผ่านองค์กร มียอดขายกรมธรรม์ 127,875 ฉบับ มีเบี้ยรับ 7,523 ล้านบาท คิดเป็น 1.7% เพิ่มขึ้น 27.56% เนื่องจากการขายประกันภัยประเภทกลุ่มมีเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 1,310 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.82%
เขากล่าวว่า ยอดการประกันชีวิตยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะเกิดวิกฤตทางการเมือง มีการชุมนุมใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน แต่จากผลกระทบดังกล่าวทำให้ประชาชนตื่นตัว และเห็นความสำคัญของทำประกันชีวิตมากขึ้น และธุรกิจประกันชีวิตมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และสิทธิในการใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ อีกทั้งการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจประกันภัยคาดโต10-12%
ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัย นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย ให้มุมมองตลาดประกันวินาศภัยของไทยปีนี้ คาดจะเติบโตได้ 5% ขณะที่ปี 2556 เติบโตกว่า 12% เพราะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเติบโตลดลง กำลังซื้อในระบบลดลง และยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลงมาก โดยเฉพาะเดือนม.ค.ที่ผ่านมาลดลงถึง 40%
"ปีนี้อัตราการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัยไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ตัวเลขเศรษฐกิจแบบนี้คาดคนใช้รถไม่มากนัก อุบัติเหตุอาจน้อยลงช่วงไตรมาสแรก แต่ต้องรอดูครึ่งหลังเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นได้หรือไม่"
นอกจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น โครงการ 2 ล้านล้านบาท ที่ไม่สามารถเกิดขึ้น ส่งผลให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ไม่เกิด การรับประกันการก่อสร้างจึงไม่เกิดขึ้นด้วย
สอดคล้องกับมุมมองของ นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ระบุว่า การเติบโตของประกันวินาศภัยปีนี้ ปรับตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีโครงการรถยนต์คันแรก เข้ามาช่วยกระตุ้น และเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลง ยอดขายรถยนต์ใหม่ปรับตัวลดลงมาก เพราะเบี้ยประกันส่วนใหญ่ของประเทศ มาจากประกันภัยรถยนต์
ส่วนคาดเบี้ยประกันโดยรวมทั้งตลาด นายกสมาคมประกันวินาศภัย กลับมองว่า ปีนี้น่าจะเติบโต 10-12% เบี้ยประกันจะอยู่ที่ 223,577-227,860 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานปี 2556 ทั้งอุตสาหกรรมมีเบี้ยประกันอยู่ที่ 203,021 ล้านบาท เติบโต 13.12% ซึ่งปีที่ผ่านมา เป็นการเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะก่อนหน้านี้คาดปี 2556 ทั้งระบบเติบโต 15% แต่ทำได้จริง 13% แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
6เดือนแรกปีนี้ภาพรวมไม่ดี
เขาบอกต่อว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ภาพรวมของตลาดประกันวินาศภัยไม่ดี อยู่ในเกณฑ์ที่ลำบาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะนี้หวังว่าจีดีพี ของประเทศจะเติบโต 2.5% ซึ่งจะทำให้ประกันวินาศภัยเติบโตได้ 10-12%
"อุปสรรคปีนี้ คือ หนี้ภาคครัวเรือนที่สูง ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง นโยบายของรัฐบาลหยุดชะงัก การเบิกจ่ายของภาครัฐล่าช้า ซึ่งล้วนมีผลต่อประกันวินาศภัยทั้งสิ้น"
จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป บริษัทประกันภัย ส่วนใหญ่ก็ต้องหันมาปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนไป เช่น รักษาฐานลูกค้าเก่า บวกกับขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ให้มีความหลากหลาย และออกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ปรับตัวขายทุกช่องทาง
ด้านนายมาร์ติน รูแอค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีความคิดเห็นที่ต่างจากผู้บริหารคนไทย โดยมองว่าอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในปีนี้น่าจะเติบโตมากกว่า 10% แต่คงไม่สามารถเติบโตได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลไม่มีโครงการรถยนต์คันแรก ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงรวมทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้
เมื่อสถานการณ์ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้แอกซ่าประกันภัย ต้องปรับยุทธศาสตร์ เน้นให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพิจารณารับประกันภัยและรุกช่องทางจัดจำหน่ายผ่าน 4 ช่องทางหลักๆ คือ 1.ตัวแทน 2.โบรกเกอร์3.ไฟแนนซ์ เช่าซื้อ ดีลเลอร์ และ4.แบงก์แอสชัวรันส์
นอกจากนี้ ยังเน้นสร้างความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน และเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพราะปีนี้บริษัทเตรียมออกกรมธรรม์ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในตลาดประกันภัยของไทยด้วย โดยเฉพาะประกันสุขภาพ และเตรียมขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มอีกด้วย







