มาเลเซียกำลังเนื้อหอมในหมู่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติจีน หลังจากบรรดานักลงทุนจากแผ่นดินใหญ่หันหลังให้ฮ่องกงและสิงคโปร์
บริษัทกรีนแลนด์กรุ๊ป ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 3,300 ล้านดอลลาร์ในโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมที่มาเลเซีย การรุกของกรีนแลนด์ถือเป็นการตามรอยบริษัทรายเล็กกว่าอย่างคันทรีการ์เดนโฮลดิงส์ กวางโจวอาร์แอนด์เอฟพรอพเพอร์ตี และอาจิลพรอพเพอร์ตีโฮลดิงส์ ซึ่งลงทุนรวมกันเป็นมูลค่า 2,700 ล้านดอลลาร์ในมาเลเซียในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์เซวิลล์ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว นักลงทุนระดับสถาบันและนักลงทุนรายย่อยจากแดนมังกร ได้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาเลเซียคิดเป็นมูลค่า 1,900 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าเม็ดเงินลงทุนที่ทุ่มทุนในฮ่องกงจำนวน 867 ล้านดอลลาร์ และเม็ดเงินลงทุนในสิงคโปร์ที่จำนวน 1,800 ล้านดอลลาร์
นอกจากนั้น เม็ดเงินลงทุนในมาเลเซียยังสูงกว่าการลงทุนในออสเตรเลีย ซึ่งมีจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ แต่น้อยกว่าเม็ดเงินลงทุนที่จีนทุ่มลงทุนในอังกฤษกับสหรัฐ
นายจาง ยู่เหลียน ประธานบริษัทกรีนแลนด์ ระบุว่าในมาเลเซียมีชุมชนเชื้อสายจีนอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมาเลเซียยังมีนโยบายที่ดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติ ดังนั้นดินแดนแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับการลงทุน
นายจางเสริมว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพของมาเลเซีย ความต้องการของประชากรจำนวนมากในยะโฮร์บาห์รู อันเป็นเมืองที่กรีนแลนด์เข้าไปลงทุน รวมถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดกับบรรดาเมืองใหญ่ๆ ของมาเลเซียและสิงคโปร์ และนโยบายด้านคนเข้าเมืองที่คงเส้นคงวาของมาเลเซีย ล้วนเป็นสาเหตุให้บริษัทของเขาเข้าไปลงทุนในแดนเสือเหลือง
นายทิม เมอร์ฟี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีโกลบอล บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า การเก็บภาษีอากรสแตมป์ 15% สำหรับผู้ซื้อที่ไม่ได้มีถิ่นอาศัย ทั้งในฮ่องกงและสิงคโปร์ ทำให้ผู้ซื้อต่างชาติจำนวนมากเริ่มตีจากดินแดนทั้งสอง จากที่ผ่านมาซึ่งมักมีเสียงวิจารณ์ว่าคนจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีฐานะดี เข้าไปดันราคาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงกับสิงคโปร์ให้พุ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ไนท์แฟรงก์ รายงานว่าที่อยู่อาศัยระดับหรูในมาเลเซีย จำหน่ายในราคาประมาณ 2,300-5,600 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร ซึ่งนับว่าถูกกว่าในสิงคโปร์อยู่มาก เพราะราคาในแดนลอดช่องอยู่ที่ 27,600-33,700 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร ส่วนที่ฮ่องกงนั้นราคาสูงถึง 43,700-53,500 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร
นอกจากนั้น ผลตอบแทนด้านค่าเช่าโดยเฉลี่ยยังมีความน่าดึงดูดใจมากกว่าด้วย พิจารณาจากตัวเลขผลตอบแทนจากค่าเช่าเฉลี่ยที่ 4-6% ในแดนเสือเหลือง เทียบกับ 3% ในสิงคโปร์ และ 2.5% ในฮ่องกง
เงื่อนไขสำหรับสินเชื่อเพื่อจดจำนองสำหรับผู้ไม่ได้มีถิ่นอาศัยในมาเลเซีย ก็ดีกว่าด้วย เพราะผู้ซื้อสามารถกู้เงินได้ถึง 70% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ตัวเลขดังกล่าวนับว่าใจกว้างมากกว่าในสิงคโปร์ที่กำหนดให้กู้ได้ 40-60% ส่วนฮ่องกงสามารถกู้ได้เพียง 30-50%






