โซซิเยเต้ เจเนราลมองหุ้นตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มบริค บราซิล-อินเดีย-รัสเซีย-จีน มีโอกาสปรับลงอีกดึงดูดใจให้ลงทุน เหตุให้ส่วนลด30%
โซซิเยเต้ เจเนราล หรือ ซอคเจน สถาบันการเงินชั้นนำของยุโรป ให้ข้อมูลกับซีเอ็นบีซีว่า นักลงทุนกำลังหันเหความสนใจไปที่หุ้นของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่กำลังปรับลดลง และอาจโยกการลงทุนจากตลาดตราสารหนี้ไปที่ตลาดหุ้นแทน
ซีเอ็นบีซีอ้างอิงข้อมูลของเจฟเฟอรีส์ ว่าสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเม็ดเงินต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาปีนี้ มีเงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่แล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีเงินไหลออกจากกองทุนลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ด้วย ส่วนรอยเตอร์ระบุว่ามีเงินไหลออกจากหุ้นตลาดเกิดใหม่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
ในรายงานของโซซิเยเต้ เจเนราล ระบุว่าหุ้นในตลาดเกิดใหม่ตอนนี้เทรดกันในระดับที่ให้ส่วนลด 30% เทียบกับหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว พิจารณาจากราคาเทียบมูลค่าตามบัญชี (พีบี) และหุ้นตลาดเกิดใหม่ตอนนี้ยังไม่ได้เทรดกันในระดับเป็นมูลค่าที่แท้จริง
รายงานเพิ่มเติมว่า ค่าความเสี่ยงหรือพรีเมียมของตลาดหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก อยู่ที่ 6.2% ขณะที่ค่าความเสี่ยงของตลาดหุ้นในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วอยู่ที่ 4.8% และคาดว่าหุ้นในตลาดเกิดใหม่อ่อนไหวกับการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
โซซิเยเต้ เจเนราล มองว่าค่าความเสี่ยงของหุ้น 3 ตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญ คือ อินเดีย, บราซิลและรัสเซีย ซึ่งเป็น 3 ประเทศในกลุ่มบริค แม้ตอนนี้อยู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยความเสี่ยงระยะยาว และยังไม่ค่อยดึงดูดใจ จนทำให้พันธบัตรรัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศนี้น่าสนใจและดึงดูดใจให้ลงทุนมากกว่า แต่ในท้ายที่สุดโซซิเยเต้ เจเนราลเชื่อว่า ตลาดหุ้นกลุ่มบริครวมจีนด้วยนั้น ยังคงดึงดูดใจ และน่าจะไปได้ดีอยู่
ด้านแคปิตอล อิโคโนมิคส์ ให้ข้อมูลว่าแม้คนทั่วไปมองตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่อาจดูดึงดูดใจมากกว่าหุ้น แต่แคปิตอล อีโคโนมิคส์เชื่อว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่ตอนนี้มีมูลค่าต่ำเกินจริง เมื่อเทียบกับหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว พิจารณาจากสัดส่วนราคาเทียบกำไร และมูลค่าต่ำเกินจริงของหุ้นตลาดเกิดใหม่โดยทั่วไป เทียบกับหุ้นตลาดพัฒนาแล้วนั้น ตอนนี้ถือว่าต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี
"ดูเหมือนหุ้นตลาดเกิดใหม่ได้ซึมซับข่าวร้ายไว้หมดแล้ว เราคาดว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่ สามารถให้ผลประกอบการใกล้เคียงกับตลาดพัฒนาแล้วปีนี้ หลังจากหุ้นตลาดเกิดใหม่ให้ผลประกอบการย่ำแย่มาแล้วช่วงปีที่ผ่านมา" ทีมงานแคปิตอล อิโคโนมิคส์ ระบุ
ด้านอินเวสโก้ บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำของสหรัฐ เชื่อว่านักลงทุนควรพิจารณาเข้าไปซื้อ เมื่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ปรับลดลง และความอ่อนแอของตลาดปัจจุบัน หมายถึงโอกาสครั้งใหญ่ ที่จะเข้าไปเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการบริโภคมีแนวโน้มขยายตัวทั้งในตลาดสหรัฐและตลาดเกิดใหม่
อินเวสโก้ชี้ว่า กลุ่มบริษัทเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเพื่อการบริโภค ที่อาจอยู่ในกลุ่มธุรกิจยานยนต์, เสื้อผ้า การเดินทางและบันเทิง สัมพันธ์กับรายได้ของผู้บริโภค และความต้องการมากมายมหาศาลจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่มีจำนวนผู้บริโภคเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกเหนือไปจากการฟื้นตัวของสหรัฐ
ทั้งนี้ประชากรส่วนใหญ่ของโลกที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมหาศาล จะเพิ่มจำนวนอย่างมากเป็น 4.2 พันล้านคนทั่วโลกในปี 2568 ขณะที่มูลค่าการบริโภคทั่วโลกก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 64 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมูลค่านี้ส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากการบริโภคในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก






