ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน กนง. มีมติ 4 ต่อ 3 ลดดอกเบี้ย 0.25% มองเศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น จากการเมืองที่ยืดเยื้อ
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 12 มีนาคม 2557 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมทั้งแนวโน้ม ในระยะต่อไป เพื่อกําหนดนโยบายการเงินที่เหมาะสม โดยมีประเด็นสําคัญ ดังนี้
เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนตามการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศหลัก เศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้การลงทุนเริ่มมีสัญญาณชะลอลง ด้านเศรษฐกิจเอเชียโดยรวมได้รับ แรงสนับสนุนจากการส่งออกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลัก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศของเศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มชะลอตามการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2556 และเดือนมกราคม 2557 ชะลอลงตามอุปสงค์ในประเทศ ที่หดตัว โดยการใช้จ่ายภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นที่ลดลง ขณะที่การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองมากขึ้น ในระยะต่อไป ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นอุปสรรคต่อ การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มค่อยๆ ปรับดีขึ้นตามการฟื้นของเศรษฐกิจประเทศหลัก จึงน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในปีนี้
คณะกรรมการฯ ประเมินว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมีมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังยืดเยื้อ เงินเฟ้อพื้นฐานแม้ปรับขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับต่ํา นโยบายการเงินจึงสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้บ้าง เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนให้กับเศรษฐกิจ และเอื้อให้ภาวะการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องในช่วงที่เศรษฐกิจยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว คณะกรรมการฯ จึงมีมติ 4 ต่อ 3 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 2.25 เป็นร้อยละ 2.00 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ กรรมการ 3 ท่านเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.25 ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าภาวะการเงินปัจจุบันผ่อนปรนอยู่แล้วและอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้มาจากปัจจัยทางการเงิน จึงเห็นควรรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเมื่อนโยบายการเงิน มีประสิทธิผลในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ






