วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดันเกาะหมาก'โลว์คาร์บอน'อาเซียน

อพท.เล็งเพิ่มศักยภาพท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเกาะช้าง ชูจุดขาย "โลว์คาร์บอน" แห่งเดียวในอาเซียน ผนึกสถาบันต่างประเทศดัน "เกาะหมาก"ด้วย

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.กล่าวว่า เตรียมแผนนำร่องด้านการสร้างภาพลักษณ์พื้นที่ หรือ แบรนด์อิมเมจ พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้าง และพื้นที่เชื่อมโยงผลักดันสู่พื้นที่ท่องเที่ยวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ โลว์คาร์บอนแห่งเดียวในอาเซียน สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากจุดหมายชายทะเลอื่นๆ ในไทยและเพื่อนบ้าน

โดยจะให้ความสำคัญกับเกาะหมาก ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจนมากที่สุด จึงได้เข้าไปดำเนินการจัดทำปฏิญญาเกาะหมาก ร่วมกับองค์กรความร่วมมือไทย-เยอรมัน หรือ GIZ ศึกษาและผลักดันเกาะหมากเป็นจุดหมายโลว์คาร์บอนต้นแบบก่อนขยายผลไปยังเกาะอื่นๆ

อพท. ยังได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เข้าไปวิเคราะห์ตลาด กำหนดกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาอัตลักษณ์ในผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์และการสร้างแบรนด์สินค้าท่องเที่ยว การพัฒนาแนวทางทำตลาด และสร้างภาคีเครือข่ายในและต่างประเทศด้านการทำตลาด

"การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ระยะ 8-10 ปี เพื่อสร้างจุดขายที่โดดเด่นเจาะตลาดต่างประเทศ"

ทั้งนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในการตัดสินใจเลือกจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น หลังมีผลสำรวจพบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5% โดยส่วนใหญ่มาจากการคมนาคมทางอากาศ 40% ขนส่งทางบก 32 % ที่พักแรม 21% กิจกรรมการท่องเที่ยว 4% และการขนส่งทางอื่นๆ 3%

อย่างไรก็ดี การสร้างแบรนด์อิมเมจ เป็นการสะท้อนความแตกต่างของแหล่งท่องเที่ยวไทยจากเพื่อนบ้านที่มีกลุ่มสินค้าท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลใกล้เคียงกัน โดยมุ่งให้พื้นที่เกาะช้างเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานด้านการจัดการท่องเที่ยวแบบลดใช้พลังงาน

ปี 2556 เกาะช้างมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 แสนคน สร้างรายได้กว่า 8,000 ล้านบาท ตลาดหลัก ได้แก่ ยุโรป เป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง นิยมเที่ยวชมธรรมชาติ เดินป่า ปั่นจักรยาน กิจกรรมทางน้ำ