วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BH: ปริมาณผู้ป่วยฟื้น

ปริมาณผู้ป่วยมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าคาด จากชื่อเสียงของบริษัทโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ หรือ BH ในฐานะโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

เราคงคาดการณ์กำไรปกติโต 8% ในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายกำลังการให้บริการ และความต้องการการรักษาพยาบาลจากผู้ป่วยในตลาดระดับบนที่มีต่อเนื่อง รวมถึงแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่น้อยกว่าคู่แข่ง ทำให้บริษัทสามารถคงอัตราการเติบโตกำไรดีกว่าโรงพยาบาลอื่น ช่วยให้ราคาหุ้นของ BH ปรับตัวขึ้นดีกว่ากลุ่มในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ PER ปี 57 ที่ 23 เท่า (+1.2 SD VS. +1.8 SD ณ ระดับราคาเป้าหมาย DCF ที่ 98 บาท (WACC 8.5%, TERMINAL GROWTH 3%) และ ROE สูงถึง 28% เราคงแนะนำ ซื้อ

ปริมาณผู้ป่วยฟื้นตัวใกล้เคียงระดับปกติ : จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหาร BH เผยว่าปริมาณผู้ป่วยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟื้นตัวใกล้เคียงระดับในปีก่อน หลังจากลดลง 40-50%YOY ในเดือน ม.ค. จากผลกระทบทางการเมือง การฟื้นตัวดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากปริมาณผู้ป่วยสะสมที่ชะลอการเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในช่วงก่อนหน้า และความกังวลต่อประเด็นการเมืองที่ลดลง เพราะการประท้วงที่จำกัดอยู่เฉพาะในบางพื้นที่ ซึ่งเรามองว่าบรรยากาศทางการเมืองในภาพรวมเริ่มดีขึ้น หลังผู้ ชุมนุมยุบสถานที่ชุมนุมหลายแห่งในสัปดาห์นี้ น่าจะช่วยให้การฟื้นตัวของปริมาณผู้ป่วยต่อเนื่องหากสถานการณ์ทางการเมืองไม่กลับมาแย่ลงไปอีก

กำลังการให้บริการใหม่ การปรับขึ้นค่ารักษา และการรักษาโรคซับซ้อนเป็นปัจจัยหนุน

BH ยอมรับว่าปัจจัยหนุนการเติบโตในปีนี้ น่าจะมาจากยอดค่ารักษาต่อใบเสร็จที่สูงขึ้น (ทั้งจากการปรับเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ขึ้น 4-5%YOY ในเดือน ม.ค. และจากการรักษาโรคซับซ้อน) : การเปิดบริการห้องไอซียูเพิ่มอีก 18 ห้อง ในเดือนนี้น่าจะช่วยลดปัญหากำลังบริการไม่เพียงพอ และช่วยเพิ่มอัตราครองเตียงผู้ป่วยใน ปัจจัยดังกล่าว รวมทั้งปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากคลินิกใหม่ใน 4Q56 และจำนวนผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น น่าจะลดผลกระทบจากการลดลงของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลัก ซึ่งลดลงต่อเนื่องจากปี 55-56

การก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่อาจถูกเลื่อนไปเป็น 2H57 : บริษัทคาดได้รับใบอนุญาตก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ในเดือน พ.ค. ซึ่งน่าจะทำให้บริษัทสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลาย 2H57 แม้โครงการดังกล่าวล่าช้าไป 2-3 ไตรมาส จากปีก่อน แต่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อ BH เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลมีการใช้กำลังให้บริการรักษา 70-75% สำหรับผู้ป่วยใน และ 55% สำหรับผู้ป่วยนอก