วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่ายรถพึ่งสมาร์ทโฟนเสริมระบบสื่อสาร

ผู้ผลิตรถยนต์ไม่เต็มใจให้"แอ๊ปเปิ้ล-กูเกิล"เข้ามาใกล้ชิดกับเครือข่ายการสื่อสารในรถยนต์มากจนเกินไป

แอ๊ปเปิ้ลและกูเกิล สองยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก กำลังเดินหน้านำสมาร์ทโฟนของแต่ละราย เข้าไปรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งในระบบการสื่อสารของรถยนต์ แต่บรรดาค่ายรถยนต์รายใหญ่ ยังจำกัดบทบาทของยักษ์ใหญ่จากสหรัฐทั้ง 2 รายนี้ ไว้แค่เพียงผู้จัดหาแอพพลิเคชั่นเท่านั้น

เหตุผลหนึ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ไม่เต็มใจให้แอ๊ปเปิ้ล และกูเกิล เข้ามาใกล้ชิดกับเครือข่ายการสื่อสารในรถยนต์มากจนเกินไป ก็เพราะจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า รายได้จากบริการออนไลน์นี้จะมีมูลค่าเท่าใด และข้อมูลที่เกิดจากผู้ขับขี่ กับผู้โดยสารจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งเกิดจากการคลิกเมาส์ทุกครั้ง และการเลือกเพลงออนไลน์ กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บีเอ็มดับเบิลยู ค่ายรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี ได้พัฒนาระบบสื่อสารภายในรถยนต์ขึ้นมาเอง โดยใช้ชื่อว่า "บีเอ็มดับเบิลยู คอนเนคท์ ไดร์ฟ" ซึ่งเป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผ่านทางการฝังการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ภายใน ซึ่งจะทำให้ระบบการสื่อสารของรถยนต์ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟน

บีเอ็มดับเบิลยู ยังไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาแอ๊ปเปิ้ล หรือกูเกิล ในการจัดหาบริการต่างๆ ไล่ตั้งแต่ ระบบนำทาง ไปจนถึงการค้นหาร้านอาหาร และจองโรงแรม โดยค่ายรถยนต์รายนี้ คิดค่าบริการ 500 ยูโร สำหรับช่วง 3 ปีแรก จากนั้นจะคิดค่าบริการปีละ 500 ยูโร

อย่างไรก็ดี บีเอ็มดับเบิลยู ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับกูเกิล และแอ๊ปเปิ้ล ถึงความเป็นไปได้ที่จะเปิดทางให้สมาร์ทโฟนจากทั้ง 2 รายนี้ เชื่อมต่อเข้ากับระบบสื่อสารของบริษัท เพื่อให้เจ้าของสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงเพลง ไฟล์ข้อมูล และรายชื่อผู้ติดต่อ ที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ได้

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บรรดาบริษัทรถยนต์ต้องการเก็บการควบคุมเครือข่ายของรถยนต์ไว้กับตัวเองก็คือ รายได้จากการบริการ และการสร้างแบรนด์ โดยการที่คนขับ และผู้โดยสารใช้ระบบสื่อสารภายในรถยนต์นี้ จะทำให้ค่ายรถมีโอกาสพิเศษที่จะติดต่อกับลูกค้าของตัวเอง และสามารถคิดค่าธรรมเนียมได้

ในสหรัฐนั้น มีการประเมินว่า เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ค่ายรถยนต์รายใหญ่ จะสามารถทำรายได้จาก "ออนสตาร์" ระบบสื่อสารในรถยนต์ของบริษัท ราว 1,500 ล้านดอลลาร์ โดยโอเปิล หน่วยงานในเครือจีเอ็ม มีแผนที่จะติดตั้งออนสตาร์ไว้กับรถยนต์รุ่นใหม่ทุกรุ่น ที่จะผลิตออกมาตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป และมองเครือข่ายนี้ว่าเป็นส่วนสำคัญในความพยายามชองบริษัท ที่จะทำให้แบรนด์ กลับมาคืนชีพในตลาดยุโรปอีกครั้ง

หากไปดูในงานแสดงรถยนต์ "เจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์" ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์นั้น เมอร์เซเดส เบนซ์ ในเครือเดมเลอร์, วอลโว่ คาร์คอร์ป และเฟอ์รารี ผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการแข่งขัน ต่างนำเสนอบริการ "คาร์เพลย์" ซึ่งเป็นระบบสื่อสารภายในรถยนต์ของแอ๊ปเปิ้ล

แต่คาร์เพลย์ทำงานได้เฉพาะกับระบบปฏิบัติการไอโอเอส7 ของแอ๊ปเปิ้ล และกับไอโฟน 5 หรือไอโฟนรุ่นต่อๆ ไปเท่านั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในระบบอื่น

ในทางกลับกัน ระบบเอ็มเบรซ คอนเนคท์ คาร์ และออนสตาร์ ต่างนำเสนอการเข้าถึง และตรวจสอบแบตเตอรีรถยนต์ น้ำมัน และถังน้ำมัน นอกเหนือจากบริการนำทาง จองโรงแรม หรือร้านอาหารด้วยตัวเอง ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นมือถือ ซึ่งสามารถทำงานกับสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบ