วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TRUE - ขาย

ส่วนผู้ถือหุ้นและฐานะการเงินยังน่ากังวล

ปี 2556 ขาดทุนสุทธิ 9,062 ล้านบาท

TRUE รายงานผลประกอบการปี 2556 ขาดทุนสุทธิ 9,062 ล้านบาท หากไม่รวมกำไรพิเศษสุทธิ 3,927 ล้านบาท และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 339 ล้านบาท ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติขาดทุน 13,069 ล้านบาท แย่ลงจากปี 2555 และมากกว่าเราคาดไว้ โดยใน 4Q56 ธุรกิจปกติขาดทุน 4,858 ล้านบาท แย่ลง YoY และ QoQ จากต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่ารายได้ ทั้งนี้ใน 4Q56 TRUE มีการบันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สินและสิทธิรายได้ฯ เข้ากองทุน TRUEIF รวมทั้งกำไรจากการขาย 8 บริษัทย่อย (Non core) สัดส่วน 67% หรือมีจำนวนรวม 4,798 ล้านบาท

EBITDA ต่ำกว่าคาด

ในปี 2556 TRUE มีรายได้รวม 96,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY โดยรายได้รวม 4Q56 เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 19% QoQ จากการเติบโตของรายได้ธุรกิจ Mobile ชดเชยรายได้ธุรกิจ Online และ Pay TV ที่ลดลง ส่งผลให้ปี 2556 ธุรกิจ Mobile มีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 66% ขณะที่ธุรกิจ Online และ Pay TV มีสัดส่วนรายได้เหลือ 24% และ 10% ตามลำดับ ทั้งนี้ต้นทุนบริการและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นของธุรกิจ Mobile รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น กดดันผลการดำเนินงานจาก EBITDA ลดลง 2% YoY เหลือ 16,385 ล้านบาท เป็น EBITDA จากธุรกิจ Online สัดส่วน 60% ธุรกิจ Mobile 30% และธุรกิจ Pay TV 10% โดยใน 4Q56 มี EBITDA 3,343 ล้านบาท และ EBITDA margin 12.5% เป็นไตรมาสต่ำสุดของปี

ส่วนผู้ถือหุ้นเหลือ 4,732 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2556 ขาดทุนสุทธิสูงขึ้นและบันทึกกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินฯ เข้ากองทุน TRUEIF เพียง 4,798 ล้านบาท ทำให้งบการเงินรวมของ TRUE มีผลขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 64,850 ล้านบาท ขณะที่ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 4,732 ล้านบาท ทั้งนี้ TRUE มีการจ่ายคืนหนี้ระยะยาวก่อนกำหนดราว 18,400 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะการเงินสิ้นปี 2556 มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิเหลือ 75,172 ล้านบาท ลดลง 21% YoY มีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ที่ 15.9 เท่า และอัตราหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Net debt/EBITDA) ที่ 4.6 เท่า

คงคำแนะนำ “ขาย” ชอบ JAS มากกว่า

แม้ TRUE ได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนฯ และนำไปจ่ายคืนหนี้ระยะยาวบางส่วน แต่ยังมีภาระหนี้ส่วนเหลืออีกกว่า 70,000 ล้านบาท อีกทั้งปีนี้ TRUE ตั้งเป้าหมายใช้เงินลงทุนเพิ่มเป็น 26,500 ล้านบาท

ทำให้เรามองว่า TRUE ยังมีความเสี่ยงสภาพคล่องและส่วนผู้ถือหุ้นเหลือน้อย ขณะที่ระยะสั้นเราไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่ คงคำแนะนำ “ขาย” เปลี่ยนไปลงทุน JAS เนื่องจาก JAS มีปัจจัยพื้นฐานดีกว่าจากฐานะการเงินแข็งแกร่ง รวมทั้งมีประเด็นบวกการจัดตั้งกองทุนฯ ซึ่งรอ ก.ล.ต อนุมัติ