"แบงก์ชาติ" เผยการแข่งขันระดมเงินฝากสถาบันรับฝากเงินเริ่มแผ่ว หลังความต้องการสินเชื่อลดตามภาวะเศรษฐกิจ
"แบงก์ชาติ" เผยการแข่งขันระดมเงินฝากสถาบันรับฝากเงินเริ่มแผ่ว หลังความต้องการสินเชื่อลดตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทยอยหั่นดอกเบี้ยเงินฝากในรายรุ่นระยะเวลาการฝากลง พร้อมปรับลดผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สอดคล้องกับสินเชื่อล่าสุดเดือนม.ค.ที่โตเพียง 9.2% ต่ำสุดรอบ 4 ปี
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การแข่งขันระดมเงินฝากของสถาบันรับฝากเงินในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีอยู่แต่ชะลอความร้อนแรงลง สอดคล้องกับการปรับลดแผนการให้สินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
สำหรับเดือนก.พ.2557 พบว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในหลายระยะเวลาการฝาก (Term) รวมทั้งปรับลดอัตราดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่มีอยู่เดิมและไม่ขยายเวลารับฝากผลิตภัณฑ์เงินฝากเดิมที่ครบกำหนด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์บางแห่งออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษใหม่บ้าง ทั้งนี้ ณ วันที่ 21 ก.พ.2557 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ปรับลดลงจาก ณ สิ้นเดือนม.ค.2557 มาอยู่ที่ 2.18% ต่อปี
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมแก่ลูกค้าชั้นดี (MLR) เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ไม่เปลี่ยนแปลงจาก ณ สิ้นเดือนม.ค.2557 โดยอยู่ที่ 6.88% ต่อปี
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในส่วนของเงินฝากรวมตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของสถาบันรับฝากเงินอื่น(Other Depository Corporations) ในเดือนม.ค.2557 ขยายตัวที่ 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้านี้ที่ขยายตัว 7.5% ตามการชะลอลงของเงินฝากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ส่วนสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินอื่นในเดือนม.ค.2557 ขยายตัวที่ 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่ขยายตัว 9.9% ตามการชะลอลงของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยให้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการปล่อยสินเชื่อและความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
“ประเภทสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ชะลอลงมาก ได้แก่ สินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจชะลอลงจากภาคธุรกิจการเงินและภาคการขายส่ง รวมทั้งการขายปลีกเป็นสำคัญ”รายงานข่าวระบุ
สำหรับสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ ในเดือนม.ค.2557 ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 96% แต่ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ 96.6% ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย จากการระดมเงินฝากในสัดส่วนที่สูงกว่าการปล่อยสินเชื่อ
รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์ ในเดือนธ.ค.2556 ลดลงจากเดือนก่อนมาเฉลี่ยอยู่ที่ 15.7% เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิบางส่วน แต่ยังเป็นระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดมาก สะท้อนถึงฐานะทางการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวมของธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 พบว่า โดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่คุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคมีแนวโน้มด้อยลงบ้างตามคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่อรวม ปรับสูงขึ้นจาก 4.4% ในไตรมาส 3 ปี 2556 มาอยู่ที่ 4.6% ในไตรมาส 4 ปี 2556
“คุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคมีแนวโน้มด้อยลงบ้าง สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่ออุปโภคบริโภคในไตรมาส 4 ปี 2556 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 5.4% ในไตรมาส 3 ปี 2556 มาอยู่ที่ 5.7% ในไตรมาส 4 ปี 2556 ตามคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ด้อยลงเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฐานะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ระดับสูง แม้จะปรับลดลงจากไตรมาสก่อนบ้าง”รายงานข่าวระบุ







