สตง.พบข้าวเสื่อมโกดังเกษตรไพศาลฯ

สตง.พบข้าวเสื่อมโกดังเกษตรไพศาลฯ

สตง.พบข้าวเสื่อมโกดังเกษตรไพศาลฯ-เข้มคุณภาพตรงตามบัญชี พร้อมอายัดข้าว3.7แสนกระสอบ เดินหน้าตรวจสอบโกดังอีกกว่า 1.7 พันแห่งทั่วประเทศ

สตง. สั่งอายัดข้าว 3 โกดังในพิษณุโลก โครงการรับจำนำโรงสีเกษตรไพศาลธัญกิจ กว่า 3.7 แสนกระสอบ ขณะที่บางโกดังพบข้าวเสื่อมคุณภาพ เจาะดูพบป่นเหมือนแป้ง แถมนก-หนู ตายคาโกดัง นำตัวอย่างตรวจหาดีเอ็นเอ พิสูจน์คุณภาพข้าว พร้อมเอกสารบัญชีสต็อกข้าว ระบุหากมีการระบายข้าวเกิดขึ้นระหว่างนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบร่วมจากสตง.

วานนี้ (28 ก.พ.) นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ สตง.ส่วนกลาง และ จังหวัดพิษณุโลก ได้เข้าตรวจโกดังข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ที่โรงสีเกษตรไพศาลธัญกิจ จำกัด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก หลังจากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา โดยได้เข้าไปตรวจสอบโกดังเก็บข้าวของโรงสีเกษตรไพศาลธัญกิจ 3 โกดัง โดยโกดังแรกเป็นโกดัง A1 ซึ่งเป็นโกดังเก็บข้าวขาว 5% ของปี 2555/56 ซึ่งเป็นข้าวในส่วนรับผิดชอบขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ซึ่งโกดังดังกล่าวมีข้าวปริมาณ 281,880 กระสอบ

อย่างไรก็ตาม หากมองโดยภาพรวมยังพบว่ากระสอบข้าวยังอยู่ในสภาพดี รวมทั้งปริมาณ แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจในเรื่องคุณภาพข้าว ทาง สตง.จึงได้สุ่มเจาะข้าวเพื่อนำไปตรวจสภาพข้าวจากห้องแล็บก่อน โดยจะใช้ห้องตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรและของสภาหอการค้าไทย คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ 1 สัปดาห์

สั่งอายัดข้าวขอตรวจสอบก่อน

อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบห้องแล็บพบคุณภาพข้าวตรงกับที่แจ้งไว้ก็ไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้ทาง สตง.ได้สั่งอายัดข้าวในจำนวนดังกล่าวไว้แล้ว แต่หากระหว่างนี้หากจะมีการระบายข้าวเกิดขึ้น จะต้องแจ้งให้ สตง.เข้าไปร่วมตรวจสอบการระบายด้วย

นายประจักษ์ กล่าวว่า สตง.ยังได้เข้าตรวจสอบการเก็บข้าวในโกดัง A 3 ของโรงสีเดียวกัน จากการเข้าไปตรวจสอบและเห็นชัดเจนว่า มีกองข้าวหอมจังหวัดจำนวน 108 กระสอบเสี่ยงพังทลาย แต่บริษัทเซอร์เวเยอร์ แจ้งว่าไม่กล้าที่จะอบหรือรมยาเกรงว่าข้าวส่วนที่เหลือจะล้มลงมา จึงทำให้ข้าวส่วนนั้นเป็นมอดและมีผงเป็นฝอยขึ้น

จากการเข้าตรวจสอบพบกระสอบข้าวมีรอยด่าง และมีเชื้อราอยู่ในโกดัง ซึ่งมีการเก็บข้าวไว้ทั้งหมดกว่า 94,000 กระสอบ ภายในโกดังมีกองข้าวหลายกอง โดยเป็นข้าวหอมจังหวัดปี 2554/55 จำนวน 19,800 กระสอบ ส่วนที่เหลือเป็นปลายข้าวปี 2554/55 เช่นกัน การเข้าไปตรวจสอบพบ และเจาะกระสอบดูก็พบว่าข้าวที่บรรจุอยู่มีสภาพป่นเป็นแป้งคากระสอบ

พบข้าวเสื่อมคุณภาพป่นเหมือนแป้ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทเซอร์เวเยอร์อ้างว่า พ่นฉีดรมควันไม่ถึงเนื่องจากอยู่ริมโกดัง ขณะที่ข้าวเปลือกกองจำนวน 30 ชั้น ล้มลงไม่สามารถเคลียร์หรือขนย้ายได้ ทั้งนี้เป็นกองข้าวที่ป่น เสื่อมคุณภาพ เป็นข้าวเมื่อปี 2554/2555 วันที่รับมอบเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2554 ถึงวันที่ 12 ม.ค. 2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ สตง.เข้าตรวจภายในโกดังดังกล่าว ค่อนข้างมีพิรุธ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ อ.ต.ก. กลับนำคณะสตง.ไปตรวจสภาพข้าวคุณภาพดีๆ ขณะที่ข้าวเสื่อมคุณภาพป่นเหมือนแป้งถูกพบนั้น เจ้าหน้าที่ อ.ต.ก.ได้กันพื้นที่ไม่ให้เดินทางไปตรวจสอบหรือเจาะดูว่าข้าวเสื่อมคุณภาพหรือไม่

พบนก-หนูตายในโกดังข้าว

กระทั่งสื่อมวลชนรุมเข้าไปถ่ายภาพกองข้าวที่เสื่อมคุณภาพ ทำให้คณะ สตง.ทราบเรื่อง จึงได้เดินเข้าไปตรวจสอบข้าวกองดังกล่าว จนพบมีสภาพป่นขาวเหมือนผงแป้งจริง พร้อมกับเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ห้องแล็บ เพราะข้าวเสียหายหนัก อีกมีทั้งหนูตายบนพื้น ขณะที่บนกองข้าวบนโกดัง 30 ชั้น ก็มีนกตายจำนวนหนึ่งด้วย

นายประจักษ์ กล่าวว่า สตง.ยังได้เข้าตรวจสอบโกดัง A 1-1 ซึ่งเป็นโกดังเก็บปลายข้าวกว่า 2 หมื่นกระสอบ แม้กองข้าวจะดูปกติแต่ สตง. ก็ต้องสุ่มตรวจคุณภาพข้าวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวทั้ง 3 โกดัง คาดว่าจะรู้ผลภายในหนึ่งสัปดาห์ "การตรวจสอบเราไม่ได้ทำเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพ แต่เราจะต้องตรวจสอบปริมาณข้าว ซึ่งเป็นบัญชีที่มีอยู่ว่าถูกต้องหรือไม่ ตามที่แจ้งหรือไม่ การตรวจสอบอย่างนี้ ทำให้เรารู้ได้ว่าข้าวในโกดังข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการตรวจสอบบัญชีสต็อกข้าวของคลังดังกล่าวว่ามาจากโรงสีไหน มีการนำข้าวเข้า/ออกจำนวนเท่าไร ตอนนี้ยังไม่ไปตรวจถึงโรงสีข้าวที่ส่งเข้ามา แต่เราจะเลือกตรวจสอบที่โกดังเก็บข้าวก่อน" นายประจักษ์ กล่าว

นายประจักษ์ กล่าวว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดบริษัทเซอร์เวเยอร์ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากผลจากห้องแล็บออกมาก็จะทำให้รู้ว่าเป็นอย่างไร หากพบการตรวจสอบตรงกับบัญชีที่แจ้งไว้สตง.ก็พร้อมที่จะยกเลิกอายัด แต่หากผลตรวจสอบออกมาไม่ตรงกับที่ระบุไว้ก็ต้องดำเนินการต่อไป

บุกตรวจโกดังทั่วประเทศกว่า1.7พันแห่ง

นายประจักษ์ กล่าวว่าสตง.ยังมีภารกิจเป้าหมายที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบโกดังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำทั่วประเทศอีกกว่า 1,700 แห่ง แต่ยังมีประเด็นปัญหาว่าจะทำอย่างไรในการตรวจสอบ เนื่องจากบุคลากรที่มีอยู่ไม่มาก ประกอบกับต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการแบกข้าวหากต้องมีการรื้อค้นกระสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพข้าวในแต่ละโกดัง อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเราจะต้องตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงของข้าวในโกดังกล่าวก่อนว่าเป็นอย่างไร ส่วนโกดังอื่นๆจะมีการประชุมทีมงานเพื่อตรวจสอบต่อไป

สตง.ข้องใจรัฐจ่ายค่าเช่าโกดัง

แหล่งข่าวจากสตง.กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนอกจากโกดังเก็บข้าวมีปัญหาแล้ว ยังพบการระบายข้าวของรัฐบาลยังสร้างปัญหาต่อค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก บางโกดังมีปริมาณข้าวที่เก็บไว้ไม่มาก แต่รัฐบาลยังต้องมีค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน เช่น ค่าจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์ ค่าเช่าโกดังที่ต้องจ่ายเต็มทั้งๆ ที่ปริมาณข้าวมีไม่มาก ทั้งที่บางโกดังรัฐบาลน่าจะเร่งระบายข้าวออกแล้วปิดบัญชีการเช่าโกดังไปเลย แต่มีจำนวนมากที่ไม่ยอมดำเนินการให้จบ

"ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่จัดการนำข้าวออกมาขายให้หมด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล แต่การเหลือปริมาณข้าวไว้ไม่มากเพื่อให้มีค่าใช้จ่ายเต็ม จึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เท่าที่ สตง.ตรวจพบส่วนใหญ่มีการทำกันเป็นกระบวนการ เรื่องนี้เราก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่เช่นกัน" แหล่งข่าวระบุ

บี้ตรวจบัญชีตรงกับข้าวในโกดัง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเด็นที่ สตง.เน้นในการตรวจสอบนอกจากคุณภาพข้าวว่าเสื่อมหรือไม่แล้ว ยังต้องการตรวจสอบว่าชนิดข้าวตรงกับบัญชีที่แจ้งหรือไม่ เพราะในประเด็นนี้ส่อให้เห็นถึงการกระทำทุจริตชัดเจน เนื่องจากชนิดของข้าวที่รับเข้าโครงการจำนำมีราคาที่แตกต่างกัน เช่น กรณีแจ้งบัญชีข้าวขาว 100% แต่หากในโกดังเป็นข้าว 25% ราคาย่อมแตกต่างกันและรัฐจะเสียมาก

"ถ้าเป็นโกดังทางอีสานเราก็ต้องดูด้วย ถ้าเขาแจ้งว่าเป็นข้าวหอมมะลิ แต่หากมีการนำข้าวปทุมธานีไปปนมาก ก็แสดงให้เห็นว่าทุจริตและรัฐบาลเสียหาย ทั้งหมดจะมีผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการจะบอกออกมา"