กระทรวงพลังงาน เตรียมหารือ กกต. เรื่องการขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง เพื่อไม่ให้ราคาต่างกับก๊าซครัวเรือนมาก จนเกิดการลักลอบถ่ายเทก๊าซ
นายสุชาลี สุมามาลย์ รองผู้อำนวยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. เปิดเผยว่า จะเสนอกระทรวงพลังงานให้ส่งเรื่องหารือคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ที่มีรัฐมนตรีพลังงานเป็นประธาน มีอำนาจพิจารณาปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งหรือไม่ เพราะหากไม่ปรับแล้ว ในเดือนมีนาคมนี้ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนจะสูงกว่าแอลพีจีภาคขนส่ง และหากราคาต่างกันมากกว่า 1 บาทต่อกิโลกรัม จะมีปัญหาการลักลอบถ่ายเทก๊าซ และอาจทำให้เกิดอันตราย ทั้งนี้ รัฐบาลได้ทยอยปรับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน เดือนละ 50 สตางค์ มาตั้งแต่เดือนกันยายน 56 โดยมีแผนจะปรับขึ้นเป็นเวลา 12 เดือน ไปอยู่ที่ 24 บาท 13 สตางค์ต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกัน จะเริ่มทยอยปรับราคาก๊าซภาคขนส่งให้ใกล้เคียงกับก๊าซภาคครัวเรือน ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้
ด้านนายชายน้อย เผื่อนโกสุม รักษาการผู้อำนวยสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน กล่าวว่า ในเดือนมีนาคมนี้ คาดว่ากองทุนน้ำมันจะต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน หรือกรุงไทย ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ จาก ครม.ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท เพราะปัจจุบันกองทุนเริ่มติดลบกว่า 5,200 ล้านบาท จากการใช้ดูแลราคาดีเซล และแอลพีจี รวมทั้งเงินบาทที่อ่อนค่า และต้องภาวนาให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง เพื่อไม่ให้กองทุนต้องกู้เงินเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติไว้
ด้าน สนพ.ยังได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น เรื่องการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าระยะยาว โดยเบื้องต้นคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะลดลงถึง 2,000 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายแผนระยะยาว 20 ปี









