วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อมตะหวังการเมืองจบ ขายกองรีทกลางปีนี้

"อมตะ คอร์ปอเรชัน"เล็งขายกองรีทกลางปีนี้หากการเมืองจบสวย คาดที่ปรึกษาเคาะราคาขายต่อหน่วยสัปดาห์หน้า รับไม่กล้าตั้งเป้ายอดขาย

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) กล่าวว่า บริษัทจะเสนอขายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts : REITS) มูลค่า 4.75 พันล้านบาท ภายในเดือนมิ.ย. นี้ โดยที่ปรึกษาทางการเงินคือ บล.กสิกรไทยจะมีการหารือเกี่ยวกับราคาเสนอขายต่อหน่วยในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ภายหลังจากการจัดตั้งและเสนอขายกองทุนแล้ว บริษัทมีแผนจะใช้กองรีทเข้าซื้อสินทรัพย์ (ASSET) ของบริษัท อมตะ เรดี้บิลท์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม

เขากล่าวว่า บริษัทยังติดตามปัจจัยการเมืองอยู่ ซึ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองยังวุ่นวาย ไม่มีเสถียรภาพอยู่เช่นนี้ บริษัทก็จะยังไม่เสนอขายกองทุน เพราะอาจกระทบกับภาพรวมของการระดมทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าในปีนี้ ยังไม่สามารถตั้งเป้าหมายยอดขายที่ดินและรายได้รวม เพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังกดดัน ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดิน ทั้งนี้ ปัจจัยทางการเมืองได้ส่งผลกดดันผลประกอบการบริษัทตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมา โดยทำให้ยอดขายที่ดินในปี 2556 อยู่ที 1,008 ไร่เท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยประเมินไว้ที่ 3,000 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องยอดผลิตรถยนต์ที่ปรับลดลงจากปัญหาทางการเมือง โดยขณะนี้มีลูกค้ารายใหญ่จำนวน 3-4 ราย สนใจจะซื้อที่ดินของบริษัทประมาณรายละ 500-1,000 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจรถยนต์ แต่ยังชะลอการซื้อไว้ ทั้งนี้เชื่อว่าหากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายลูกค้าดังกล่าวจะกลับมาเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินกับบริษัทแน่นอน

"ถ้าหากว่าการเมืองมีทางออกที่ดี ทำให้ต่างชาติมองเห็นเสถียรภาพของการเมืองไทยอีกครั้ง ก็เชื่อว่ายอดขายที่ดินในปีนี้จะสูงกว่าปีที่แล้วที่มียอดขายที่ดิน 1,008 ไร่ แน่นอน"

ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินทั้งหมดที่รอการขาย 14,452 ไร่ โดยราคาขายที่ดินที่อมตะนครอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านบาทต่อไร่ อมตะซิตี้ราคาขาย 3.2 ล้านบาทต่อไร่

นายวิบูลย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการเข้าลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ประเทศพม่า เหมือนที่บริษัทได้เข้าไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ประเทศเวียดนาม การเข้าไปลงทุนดังกล่าวเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และกระจายฐานรายได้ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่พม่าได้เมื่อใด ขึ้นอยู่กับการเจรจาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาการเปลี่ยนกลยุทธ์การผู้ขายที่ดินแบบถือครองกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หรือฟรีโฮลด์ (Freehold) เป็นรูปแบบการเช่าระยะยาว หรือลีสโฮลด์ (Leasehold) เนื่องจากเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นสากลกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งบริษัทมีแผนจะเข้าทำธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้น

ผลประกอบการงวดปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,515 ล้านบาท จากงวดปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 1,501 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ปี 2556 ที่ 23% โดยรายได้จากการขายที่ดินเพิ่มขึ้น 30.3% รายได้จากค่าสาธารณูปโภคและรายได้จากการให้เช่า เพิ่มขึ้น 20.4% และรายได้จากบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น เช่นกัน

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายปันผล งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 เป็นเงินสด หุ้นละ 0.25 บาท กำหนดจ่าย 20 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ส่วนวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 29 เม.ย.นี้