"บางจาก"คาดแนวโน้มกำไรครึ่งปีแรกอ่อนตัว ตามแผนหยุดซ่อมบำรุง 45 วัน ทำกำลังการกลั่นลดลงเหลือ 9.5 หมื่นบาร์เรล
นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านบัญชีและการเงิน บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะอ่อนตัวลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นระยะเวลา 42-45 วัน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.2557 ซึ่งจะทำให้กำลังการกลั่นลดลงเหลือประมาณ 9.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 1.05 แสนบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตามจะมีรายได้จากยอดขายปลีกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น มาชดเชยได้บางส่วน ประกอบกับกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา หรือ อิบิทดา (EBITDA) ของธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในปีนี้จะเพิ่มเข้ามาเป็น 2 พันล้านบาท จากโครงการเฟส 3 ที่จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 2.7 พันล้านบาทในช่วงปี 2558 จากปีก่อนอยู่ในระดับประมาณ 1 พันล้านบาท จึงคาดการณ์ว่าอิบิทดาในปีนี้จะอยู่ในระดับกว่า 9 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 9.6 พันล้านบาท
สำหรับค่าการกลั่นในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน ใกล้เคียงปีก่อน บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 101-105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีนี้ไม่แตกต่างจากปีก่อน หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปฟื้นตัว ส่วนเอเชียแม้จะภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัว โดยเฉพาะจีน แต่โดยรวมก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่
ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมทางการเมือง ยังไม่ผลกระทบ สถานีบริการน้ำมันของบางจากก็ยังเปิดปกติ ยกเว้นสาขาที่อยู่ใกล้การชุมนุม อาจจะปิดทำการไปบางแห่ง ส่วนโครงการลงทุนอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท โดยบางโครงการอาจทบทวนใหม่หรือเลื่อนออกไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในประเทศ
ด้านฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี ระบุว่าบริษัทได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ของบางจากลง 8%เหลือ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4 ที่ได้รับผลกระทบจากการค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2557 ที่ทรงตัวจากปีก่อน หรือมีกำไร 4.4 พันล้านบาท ลดลง 2%
บนสมมุติฐานกำลังการกลั่นอยู่ที่ระดับ 9.6 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ลดลง 5% จากปีก่อน เนื่องจากมีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และเปลี่ยนหอการกลั่นในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.2557 เป็นเวลา 46 วัน และคาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐานจะทรงตัวในระดับ 7.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เช่นเดียวกับปี 2558 ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะขยายตัวเป็น 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% แม้จะคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นจะทรงตัว แต่ได้รับแรงหนุนจากระดับการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.08 แสนบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 13% หลังสิ้นสุดการซ่อมบำรุงและปรับปรุงหอกลั่น รวมทั้งรับรู้ผลประกอบการจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม เฟส 3 เต็มทั้งปี
นักวิเคราะห์บล.ทิสโก้ กล่าวว่าการปิดกรุงเทพฯทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง ซึ่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมียอดขายทางภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น และโรงกลั่นบางจากที่สุขุมวิทไม่ได้รับผลกระทบ









