วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อาลีบาบา'เตรียมฮุบธุรกิจแผนที่ดิจิทัล

"อาลีบาบา"เสนอซื้อกิจการให้บริการแผนที่และระบบนำทางในรูปแบบดิจิทัล "ออโตเนวี่" ด้วยมูลค่า 1,580 ล้านดอลลาร์

ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่่สุดของจีน "อาลีบาบา กรุ๊ป" เสนอซื้อกิจการให้บริการแผนที่และระบบนำทางในรูปแบบดิจิทัล "ออโตเนวี่" ด้วยมูลค่า 1,580 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน อาลีบาบา ถือหุ้นของออโตเนวี่อยู่แล้ว 28% แต่ต้องการขยายขอบข่ายผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายในตลาด เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งร่วมชาติอย่างเทนเซ็นต์ และไป่ตู้ หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ไป่ตู้เริ่มเปิดตัวบริการซอฟต์แวร์ด้านแผนที่แบบไม่คิดค่าบริการ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดบนแผ่นดินมังกรกับออโตเนวี่ ซึ่งให้บริการแผนที่แบบฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ อาลีบาบา ระบุในจดหมายที่ส่งถึงออโตเนวี่ว่า สภาพตลาดแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการนำทางและแผนที่ เริ่มมีการแข่งขันมากขึ้น พร้อมระบุไม่สามารถประเมินราคาของออโตเนวี่ได้โดยลำพัง ขณะที่ออโตเนวี่ ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยรายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 110 ล้านดอลลาร์

ขณะที่รายได้กว่าครึ่งหนึ่งของออโตเนวี่มาจากการให้ใบอนุญาตในการใช้ข้อมูลแผนที่ภายในระบบนำทางของรถยนต์ ซึ่งลูกค้าส่วนหนึ่งเป็นค่ายรถยนต์ที่มีชื่อเสียง อาทิ ออดี บีเอ็มดับเบิลยู และจีเอ็ม นอกจากนั้น ผู้ให้บริการข้อมูลด้านแผนที่ในรูปแบบดิจิทัลรายนี้ ยังเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านแผนที่ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของซัมซุง รวมทั้งยังสนับสนุนบริการดังกล่าวให้กับผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณสื่อสารไร้สายที่ใหญ่สุดของจีน "ไชนาโมบายล์" และยักษ์ใหญ่บริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ "กูเกิ้ล"

ออโตเนวี่ แถลงว่า อาลีบาบา เสนอขอซื้อหุ้นของบริษัทจำนวน 72% หลังจากเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว ยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซรายนี้ เข้าซื้อหุ้นไปแล้ว 28% พร้อมระบุเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งรวมทั้งที่ปรึกษาด้านการเงินและกฎหมายเพื่อพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว

อย่างไรก็ดี อาลีบาบา มีผู้ถือหุ้นราว 24% เป็นธุรกิจไอทีชื่อดังจากสหรัฐ "ยาฮู อิงค์" และได้รับการคาดหมายว่าจะรุกเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพิ่งเข้าลงทุนซื้อหุ้นธุรกิจไมโครบล็อกของจีนอย่าง "เว่ยโป๋" ซึ่งอยู่ภายใต้การครอบครองของ "ซิน่า คอร์ป"