วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.สผ.ชี้ลงทุนโมซัมบิกไม่เกี่ยวการเมือง

ปตท.สผ.ยันลงทุนแหล่งโมซัม โปร่งใส ไม่เกี่ยวการเมือง "เทวินทร์"บอกไม่ท้อ พร้อมให้กำลังใจพนักงาน

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าไปลงทุนในโมซัมบิก ศึกษาโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้ถูกชี้นำจากฝ่ายการเมือง โดยคาดจะเริ่มผลิตปิโตรเลียมสร้างรายได้ใน 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2562 ส่วนหนึ่งจะเป็นการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่นำส่งมายังไทย ช่วยแก้ไขปัญหาก๊าซฯในอ่าวไทยที่ลดลง

การศึกษาลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมโมซัมบิก ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของ ปตท.สผ.ที่ศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสที่ลงทุนและพบว่าแหล่งนี้เป็นแหล่งก๊าซฯ ที่ค้นพบใหญ่ที่สุดในโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเมื่อผูัลงทุนคือ Cove Energy Plc ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ ซึ่งขายหุ้นที่ถือไว้ 8.5% ในโครงการ OffshoreRovumaArea1 โดยเชลล์ให้ความสนใจและเสนอราคาแข่งขันเช่นกัน เสนอราคาประมูลวันต่อวัน แต่ท้ายสุดเชลล์ตัดสินใจถอนตัว และ ปตท.สผ.จึงชนะประมูล

"การประมูลเป็นไปอย่างโปร่งใส ผ่านตลาดหลักทรัพย์ของอังกฤษที่มีกฎระเบียบชัดเจน และเมื่อมีการประเมินสินทรัพย์โดยผู้เชี่ยวชาญ ต่างให้ความเห็นว่า วงเงินที่ซื้อรวม 1,221.4 ล้านปอนด์ เป็นวงเงินลงทุนที่เหมาะสม โดยภายหลังทางโครงการมีผู้ร่วมทุนขายหุ้นให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติอินเดีย ก็ซื้อในราคาที่สูงกว่า ปตท.สผ."

ในช่วงทำการเสนอซื้อเมื่อปี 2555 มีอัตราส่วน Enterprise Value/recoverable resources ที่ประมาณ 0.41-0.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 ลูกบาศก์ฟุต (ประมาณ 2.48 - 5.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ) โดยคำนวณจากปริมาณสำรองของก๊าซธรรมชาติ (recoverable resources) ในแปลงสัมปทาน Rovuma Offshore Area 1 สาธารณรัฐโมซัมบิก ที่ประมาณ 24-50 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต แต่ภายหลังพบว่าได้เพิ่มเป็น 60 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือสูงกว่าสำรองของไทยถึง 6 เท่า" นายเทวินทร์ กล่าว

โครงการดังกล่าวในขณะนี้อยู่ในการเตรียมการพัฒนา คาดว่าปลายปี 2557 จะตัดสินใจเรื่องการพัฒนา ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะผลิตได้ในปี 2562 ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องการออกแบบการผลิตแอลเอ็นจี การหารือกับรัฐบาลโมซัมบิกในประเด็นกฎหมายการลงทุน การเตรียมหาสถาบันการเงินและจัดจ้างบุคคลที่ 3 มาศึกษาเรื่องปริมาณสำรองที่ชัดเจน โดยจากศักยภาพที่ดี ทาง ปตท.ก็เตรียมเจรจารับซื้อแอลเอ็นจีมาทดแทนปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่คาดว่าจะลดลงท่ามกลางความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น

"ไม่ท้อใจ ที่ถูกตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์จากการนำการลงทุนของ ปตท.สผ.ไปผูกโยงการเมือง ซึ่งก็ได้ให้กำลังใจพนักงานในการทำหน้าที่สำคัญคือ แสวงหาพลังงานสร้างความมั่นคงให้กับประเทศระยะยาว แต่อยากขอร้องภาคการเมืองอย่าได้ผูกโยงไปเกี่ยวข้องกัน"