background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

รีแบรนด์'เคพีเอ็น อคาเดมี่'กรุยทางสู่ริจินัลแบรนด์ใน2ปี

รีแบรนด์'เคพีเอ็น อคาเดมี่'กรุยทางสู่ริจินัลแบรนด์ใน2ปี

โลกแห่งข้อมูลข่าวสารและการศึกษาไร้พรมแดนท้าทายธุรกิจปรับตัวก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

ภายใต้การกุมบังเหียนของคนรุ่น 3 ณพ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคพีเอ็นกรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกาศปรับโครงสร้าง "กลุ่มธุรกิจการศึกษา" ครั้งใหญ่ พร้อมผนึกพันธมิตรเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน "เคพีเอ็น" ก้าวสู่ "ริจินัลแบรนด์" เพื่อแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ณพ กล่าวว่า การศึกษาซึ่งเป็นรากฐานพัฒนาประเทศแต่กลับถูกมองข้าม ยิ่งนับถอยหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ไทยยังต้องพัฒนา "ทักษะภาษา" อีกมาก ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าไม่มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทำให้ประเทศไม่ถูกขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่

เป็นโจทย์ของการรื้อโครงสร้างธุรกิจรองรับโอกาสและช่องทางการทำตลาดระดับภูมิภาคมากขึ้น หนึ่งในกลยุทธ์ที่นำมาใช้ คือ การซื้อและควบรวมกิจการ (M&A: Mergers and Acquisitions) นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจแบบปกติ (Organic Growth) โดยมีสถาบันกวดวิชาชั้นนำต่างๆ เป็นเป้าหมาย!!

"สถาบันการสอนและฝึกอบรมแต่ละรายล้วนมีคอนเทนท์ที่ดีมาก ส่วนกลุ่มเคพีเอ็นมีประสบการณ์และโนว์ฮาวด้านการศึกษาสามารถส่งเสริม-พัฒนาซึ่งกันและกันได้"

ปั้น 'เคพีเอ็น อคาเดมี่'
การปรับโครงสร้างธุรกิจกลุ่มการศึกษาของเคพีเอ็นกรุ๊ป เริ่มด้วยการรีแบรนด์ "เคพีเอ็น อคาเดมี่" ที่เป็นเสมือนคอร์ปอเรตแบรนด์ของสถาบันติวเตอร์ในหมวดหมู่ต่างๆ ซึ่งจะมีการรวบรวมสถาบันติวเตอร์ในเครือที่กระจายกันอยู่เข้ามารวมภายใต้ชื่อแบรนด์เดียวกัน บางกลุ่มอาจมีการปรับเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ แตกต่างจากคู่แข่ง เพิ่มความน่าเชื่อถือและมั่นใจต่อแบรนด์ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่กลุ่มธุรกิจการศึกษาของเคพีเอ็น ประกอบด้วย 7 สาขา ได้แก่ 1. เคพีเอ็น มิวสิค สอนทักษะการเล่นดนตรีและจำหน่ายเครื่องดนตรี กว่า 40 แบรนด์ 2. สยาม วิลสัน เลิร์นนิ่ง (SWL:Siam Wilson Learning) รับองค์ความรู้ Know How จากบริษัทแม่ในต่างประเทศ ฝึกสอนและอบรมทักษะการทำงานทั่วไป (Soft Skill) แก่บุคลากรตามองค์กรต่างๆ ทั้งลูกค้าจากกลุ่มธนาคาร และองค์กรใหญ่ เช่น ไอบีเอ็ม และไทยออยล์

3. ILD (Intetrnational Learning Design) ฝึกอบรมทักษะเฉพาะด้าน (Hard Skill) 4. ธุรกิจอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) ภายใต้แบรนด์ “Penta” โดยบริษัทจัดทำข้อมูลไอทีอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาระบบ รายงานผลจำนวนนักเรียนและวัดเกณฑ์ผู้สอนว่าทำอย่างเป็นระบบหรือไม่ 5. สถาบันสอนภาษาจีน ได้ร่วมพันธมิตรกับสถาบันรายใหญ่ในไทย 6. สถาบันติวเตอร์หลากหลายวิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และ 7. ศูนย์ฝึกด้านกีฬา อาทิ เทนนิส และกอล์ฟ

ทุ่ม100ล้านขยายสาขา-รุกตลาด
ในปีนี้ เคพีเอ็น อคาเดมี่ จัดสรรงบ 100 ล้านบาท ใช้ในการทำการตลาด 20-30 ล้านบาท เน้น "กิจกรรม" สร้างความน่าเชื่อถือและรับรู้ต่อแบรนด์ อีก 70 ล้านบาท ใช้ขยายสาขาสถาบันดนตรี เคพีเอ็น 10 แห่ง จากปัจจุบันมีกว่า 60 สาขา

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของตลาดสอนดนตรีภายในประเทศต้องพิจารณาความเหมาะสมว่าขนาดตลาดใหญ่เพียงพอหรือไม่ ในช่วงแรกเน้นบุกหัวเมืองใหญ่ ขณะนี้เริ่มเจาะตลาดหัวเมืองรอง ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าตั้งเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 40 แห่งเชื่อว่าจะครอบคลุมความต้องการของตลาดด้วยเครือข่าย 100 แห่งในขณะนั้น

ปัจจุบัน ธุรกิจสอนดนตรีในไทยมีผู้ประกอบการ 2 รายใหญ่ คือ เคพีเอ็น และยามาฮ่า จากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่า มีเด็กในระบบการศึกษา กว่า 10 ล้านคน แต่เข้ามาเรียนสถาบันดนตรี 2 ราย ในหลักหมื่นคนเท่านั้น สะท้อนช่องว่างและโอกาสธุรกิจเติบโตได้อีกมาก

2ปีผุด5สาขาในอาเซียน
การเปิดตลาดต่างประเทศเตรียมขยายสาขา "เคพีเอ็น มิวสิค" ใน เวียงจันทน์ ประเทศลาว เป็นแห่งแรก เพราะมีความใกล้เคียงด้านภาษา สื่อสารง่าย ลงทุนใกล้เคียงไทย คาดมีความชัดเจนไตรมาส 3 นี้ ในอนาคตมีแผนเปิดสาขาในสิงคโปร์ เป็นโชว์รูมสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์เคพีเอ็นในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังสนใจทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง

"เคพีเอ็น มิวสิคมีศักยภาพการเติบโตในระดับภูมิภาค จากการสำรวจข้อมูลประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ายังไม่มีการจัดตั้งสถาบันสอนดนตรีในรูปแบบเชนสโตร์หรือเครือข่าย รวมถึงการสอนที่เป็นระบบ"

ใน 2 ปีข้างหน้าวางวิสัยทัศน์ธุรกิจต้องการผลักดันเคพีเอ็นก้าวสู่ริจินัลแบรนด์ ซึ่งขณะนั้นคาดมีการเปิดสาขาไม่น้อยกว่า 4-5 แห่ง ก่อนจะรุกขยายตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา เชื่อว่ามี "ช่องว่าง" เติบโตได้อีกมาก

ปี 2557 เคพีเอ็น กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนมีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วนรายได้จาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ออโต้พาร์ทและการลงทุน 40% อสังหาริมทรัพย์ 40% การศึกษา 20% โดยกลุ่มการศึกษามีการเติบโตสูง 40% ในปีนี้ คิดเป็นรายได้ 1,400 -1,500 ล้านบาท