ฟิทช์ฯคาดเศรษฐกิจไทยปี"57 โต 3.5% หลังการเมืองหายฝุ่นตลบ มั่นใจแบงก์ไทยแกร่งรับมือศก.ผันผวน-สภาพคล่องในประเทศไม่มีปัญหา
ฟิทช์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศไทย โดยระบุว่า การเลือกตั้งของประเทศไทยที่ยังไม่เสร็จสิ้น ไม่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดทางการเมืองของประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยฟิทช์ เรตติ้ง เห็นว่า การแบ่งฝ่ายทางการเมืองที่ยืดเยื้อและตึงเครียดมาถึง 5 เดือน มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินงานทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่อยู่ในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน
ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และระดับความผันผวนทางการเมืองนับเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ตั้งแต่มีการปฏิวัติโดยทหารเพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 ความแตกแยกทางการเมืองของไทยได้จุดชนวนให้เกิดการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่บนท้องถนนโดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในปี 2551, 2552 และ 2553 แต่เศรษฐกิจไทยได้ยืนหยัดต่อพัฒนาการเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ไม่คาดคิดเมื่อช่วงปลายปี 2554 ดังจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยที่ 2.9% ระหว่างปี 2551-2556 ซึ่งยังสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกันที่อยู่ที่ 2.6% เล็กน้อย
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ยังไม่เสร็จสิ้น ได้สื่อให้เห็นว่าการคุมเชิงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะยังคงดำเนินติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5
การเมืองป่วนความเชื่่อมั่นทรุด
ฟิทช์ เรตติ้ง คิดว่าความตึงเครียดทางการเมืองได้ถูกนับรวมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว ดังจะเห็นได้จากผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 ที่หดตัวลงประมาณ 7%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตราการเติบโตของการค้าปลีก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจลดต่ำลงไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554
การแผ่วลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ส่งผลให้ประมาณการการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี 2557 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับลดลงไปถึง 2% มาอยู่ที่ประมาณ 3% รวมถึงการคงแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
คาดจีดีพีปี"57โต3.5%
ฟิทช์ เรตติ้ง คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาดีขึ้นเมื่อความตึงเครียดทางการเมืองคลี่คลายลง ซึ่งจะสนับสนุนการคาดการณ์ของ ฟิทช์ เรตติ้ง ถึงการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ 3.5% ในปี 2557 แต่หากการเผชิญหน้าทางการเมืองยังยืดเยื้อและตึงเครียดมากขึ้น อาจทำให้ผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจไทยแย่ลง โดยเปรียบเทียบกับประเทศที่อยู่ในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้ความแข็งแกร่งของอันดับความน่าเชื่อถืออ่อนแอลง
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและยืดเยื้อขึ้นกว่าที่ ฟิทช์ เรตติ้ง คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารผ่านการด้อยค่าของคุณภาพสินทรัพย์ จากการที่สัดส่วนหนี้ของภาคเอกชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในไตรมาส 3 ของปี 2556 จาก 60% เมื่อสิ้นปี 2552
มั่นใจแบงก์ไทยเงินกองทุนแกร่ง
ฟิทช์ เรตติ้ง ตระหนักดีว่าในช่วงที่ผ่านมาระบบธนาคารของประเทศไทยได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยงโดยมีสัดส่วนเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงชั้นที่ 1 ตามระบบ System-Wide Basis เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 11.3% ของความเสี่ยงถ่วงน้ำหนักของสินทรัพย์ ในปี 2552 แต่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าการคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่องอาจจะค่อยๆ กัดกร่อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงได้
เชื่อไทยไม่มีปัญหาสภาพคล่อง
สถานะภาคต่างประเทศของไทยยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออันดับความน่าเชื่อถือ โดยสินทรัพย์ต่างประเทศที่มีสภาพคล่องอยู่ในระดับที่สูงกว่าหนี้สินต่างประเทศที่มีสภาพคล่องถึง 2 เท่า (รวมการถือครองหนี้สกุลเงินบาทโดยผู้ที่มีถิ่นฐานในต่างประเทศ) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วดีกว่าค่ากลางของกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือ BBB จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ความเสี่ยงจากความยุ่งเหยิงทางการเมืองยังอยู่ห่างไกลจากการนำไปสู่แรงกดดันต่อสภาพคล่องภายนอก






