วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นกแอร์ชี้การเมืองฉุดผู้โดยสารวูบ77%

นกแอร์เผยช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารลดลง 77% ผลจากปัญหาทางการเมือง ทำประชาชนเดินทางลดลง แต่ยังไม่ปรับแผนงาน หรือลดเที่ยวบิน

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้มีการปรับแผนงานการดำเนินงาน หรือ ปรับลดเที่ยวบินลง แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารจะปรับลดลง จากปัญหาการเมืองในประเทศ ที่ทำให้ประชาชนลดการเดินทางลง โดยในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมาจำนวนผู้โดยสารปรับลดลงไปแล้วกว่า 77% จากปีก่อน โดยจะขอดูสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 1 นี้ก่อนจึงจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรมในภาพรวม ไม่ได้กระทบหนักกว่าคนอื่น

"ในช่วงนี้คงยังทำอะไรไม่ได้ ต้องรอดูว่าสถานการณ์การเมืองจะจบลงเมื่อใด ซึ่งเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์การเมืองจบ การท่องเที่ยว และจำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเร็ว อย่างไรก็ตามในช่วงนี้บริษัทก็มีการบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งดีว่าต้นทุนราคาน้ำมันในช่วงนี้ก็ไม่ได้ปรับขึ้น"

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยคาดว่านกแอร์จะรายงานกำไรไตรมาส 4 ปี 2556 อ่อนตัวลง 18.2% จากไตรมาสก่อนหน้า หรืออยู่ที่ระดับ 200 ล้านบาท เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มในปลาย ต.ค. 2556 ทำให้ปริมาณการเดินทางในประเทศไม่คึกคักเหมือนทุกปี นอกจากนี้การรับมอบเครื่องบิน 787-800 จำนวน 2 ลำในเดือน ต.ค. กลายเป็นการกดดันต่อ Load factor ให้ลดต่ำลง โดยเราคาดไว้ที่ 82.0% ต่ำกว่าไตรมาสก่อน 84.4% และ 86.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ราคาน้ำมันทรงตัว แต่ค่าเงินบาทเฉลี่ยที่อ่อนค่า 1% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้ต้นทุนน้ำมัน และค่าเช่าเพิ่มขึ้น ดึงให้อัตรากำไรขั้นต้นคาดจะลดลงเหลือ 12.7% จาก 13.7% ในไตรมาสก่อน และ 15.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามกำไรในช่วงไตรมาส 4 ยังเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า

สำหรับภาพรวมกำไรทั้งปี คาดว่าอยู่ที่ระดับ 1.13 พันล้านบาท เติบโตถึง 119% จากปีก่อนหน้า ผลจากการขยายฝูงบินจาก 19 ลำ ณ สิ้นปี 2555 เป็น 21 ลำในปี 2556 พร้อมทั้งการปรับฝูงบินภายในไปเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 737-800 ทำให้กำลังการผลิตรวมจึงเพิ่มขึ้นราว 38.2% อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์เหนือความคาดหมายที่เกิดขึ้นในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ให้ความหวังสูงของอุตสาหกรรมการบิน ทำให้กำไรทั้งปี ต่ำกว่าประมาณการ 22% และหากปัญหาทางการเมืองยืดเยื้อ จะส่งผลให้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นภาระ และกดดันต่อ Load factor และกำไร ให้ต่ำกว่าประมาณการได้

ปัจจุบันราคาหุ้นลดลงต่ำกว่าราคาไอพีโอ ประมาณ 32% ขณะที่ในแง่มูลค่านั้น นกแอร์ซื้อขายที่ระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) เพียง 6.5 เท่า มีส่วนลดถึง 45% จากค่าเฉลี่ยสายการบินต้นทุนต่ำในอาเซียนที่อยู่ระดับ 11.9 เท่า ขณะที่นกแอร์ ยังสร้างกำไรได้ และเป็นสายการบินเดียวที่สามารถจ่ายปันผลได้ หุ้นได้สะท้อนความอ่อนแอในระยะสั้นนี้ไปแล้ว และมองว่าในสถานการณ์อุตสาหกรรมที่อ่อนไหว แต่การที่บริษัท มีฐานะทางการเงินที่ดี ไม่มีหนี้สิน และการมีเส้นทางบินรองคอยสนับสนุน จะทำให้ บริษัทมีเกราะกำบังที่มั่นคงกว่าสายการบินทั่วไปที่อิงกับภาคท่องเที่ยวได้