วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

HOTPOT - ซื้อ

ปรับมูลค่าเหมาะสมลงแต่แนวโน้มเติบโตยังโดดเด่น

ปรับกำไรลงสะท้อนการเมืองและการบริโภคอ่อนแอ
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2556-2557 ของ HOTPOT ลงประมาณจากเดิมราว 30% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าคาด ทำให้ (1) ยอดขายของร้านอาหารเครือ HOTPOT ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. และยังฟื้นตัวอย่างจำกัด ทำให้ยอดขายใน 4Q56 ที่ตามปกติจะเป็นช่วงไฮซีซั่นต่ำกว่าคาดอย่างมาก เราจึงปรับอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเหลือ 10% ในปี 2556 และ 9% ในปี 2557 (2) การขยายสาขาใหม่อาจชะลอตัวเพื่อรอการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ เราจึงปรับลดสาขาใหม่ในปี 2557 เป็น 17 สาขา ลดลงจากปี 2556 ที่เปิดได้ 27 สาขา

ขยายสาขาไม่ได้ตามคาด ผลจากการปิดสาขาต่อเนื่องทุกปี
แม้ว่าผู้บริหาร HOTPOT ยังคงแผนขยายสาขา 20 – 25 แห่งต่อปี ตั้งเป้าหมายมีสาขาทั่วประเทศ 250 แห่งภายใน 3 ปี แต่เรามองว่าการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้จะต่ำกว่าแผนเนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้ออาจจะต่ำกว่าเป้า โดยคาดว่าจะมีสาขาใหม่สุทธิกับสาขาปิด 12 สาขาในปีนี้ แม้ว่าเราประเมินว่า HOTPOT จะมีความแข็งแกร่งทางการเงินเพียงพอสำหรับการขยายสาขาจากกระแสเงินสดในกิจการแต่การปิดสาขาต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาในห้างท้องถิ่นต่างจังหวัดที่มีสัดส่วนถึง 33% ทำให้ค่าใช้จ่ายในการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (Write-off) จะบั่นทอนกำไรสุทธิต่อเนื่องหากบริษัททยอยปิดสาขาดังกล่าว

กำไรสุทธิเติบโตสูง หากปัญหาการเมืองจบได้เร็ว
ในปีนี้ HOTPOT จะรับรู้รายได้จากร้าน Daidomon เต็มปีหลังปรับโฉมร้านเกือบครบทุกสาขาเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาผนวกกับการเริ่มขยายสาขาเพิ่ม เราจึงคาดรายได้จากร้าน Daidomon จะเติบโต 15% YoY เป็น 362 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุด บวกกับการเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดเป็นแบบออนไลน์ (เช่น Line application) ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและบริหารต่อยอดขายจาก 56% ในปี 2555 เหลือเพียง 52% ในปีนี้ ทำให้ HOTPOT ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรจากดำเนินงานที่ 4% ต่อเนื่อง (ปี 2557-2561) และคาดมีกำไรสุทธิทะลุ 100 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในปี 2558

ฐานธุรกิจยังมีปัจจัยบวก คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรามองว่าธุรกิจยังมีปัจจัยบวกจากธุรกิจเดิมทั้งร้าน Hotpot และ Daidomon ที่กลับมารับรู้รายได้เต็มจำนวนในปีนี้ บวกกับการเปลี่ยนบาร์อาหารใหม่ให้มีภาพลักษณ์ดีขึ้น และโปรโมชั่นที่มีอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค เราเชื่อว่า HOTPOT สามารถขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1 ล้านคน/เดือนในปี 2557 คาดช่วยรุกตลาดกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญ (เช่น ชาบูชิ) ซึ่ง HOTPOT มีจุดเด่นในอาหารที่หลากหลายกว่า จำนวนสาขามากกว่าเกือบ2เท่าและยังมีแนวโน้มที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก เราจึงประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 3.74 บาท ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF, WACC 12%) คงคำแนะนะ “ซื้อ”