วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พฤกษา'เลื่อนเปิดโครงการ6เดือน

"พฤกษา"รับการเมืองกระทบผู้บริโภคชะลอซื้อบ้าน แต่มองเป็นระยะสั้น มั่นใจความต้องการยังมี คงเป้ารายได้ปีนี้ที่ 4-4.4 หมื่นล้าน

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้ที่ 4 -4.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 20 ปี ต่อเนื่องจากปี 2556 ซึ่งมีรายได้ 3.9 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 40-50% แม้ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่าน ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ จะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ แต่ความต้องการที่แท้จริงยังอยู่ หากการเมืองจบลง ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยก็จะกลับมา

ส่วนรายได้ปีนี้มาจากยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 3.78 หมื่นล้านบาท ส่วนนี้จะรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 50 % หรือ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2 หมื่นล้านบาท จะมาจากยอดขายใหม่ปีนี้

"เชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่ แม้เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว แต่พื้นฐานเศรษฐกิจยังดี รายได้ของคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่ได้ลดลง ยกเว้นรายได้ต่างจังหวัดที่ลดลง จากโครงการจำนำข้าว ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ทำให้คนขาดความมั่นใจ และชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน แต่เมื่อเหตุการณ์นี้ผ่านไป ความต้องการก็จะกลับมา"

เขากล่าวต่อว่า ช่วงที่ยังมีปัญหาทางการเมือง บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจ โดยเลื่อนการเปิดโครงการใหม่ส่วนใหญ่ไปในช่วงครึ่งปีหลัง หรือเริ่มเปิดโครงการช่วงสิ้นไตรมาส 2 เพราะประเมินไว้ว่าสถานการณ์การเมือง น่าจะหาข้อยุติได้ภายใน 3-6เดือนนี้ ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 40-50 โครงการ

"บริษัทมีแผนพร้อมจะรับมือกับผลกระทบทางการเมือง มียอดขายที่รอรับรู้รายได้อยู่แล้ว มีความพร้อมเรื่องฐานะทางการเงิน มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ 0.8 เท่า และโครงการของบริษัท ยังเป็นโครงการที่รองรับความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไร"

ด้าน บล.ธนาชาต วิเคราะห์ว่า ได้ปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นน้อยกว่าตลาด (Underweight) เพราะภาวะการเมืองที่ขาดเสถียรภาพยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการบริโภค ส่งผลให้ ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีแนวโน้มเปิดโครงการใหม่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม จึงได้ปรับประมาณการ พรีเซลล์ในปีนี้ลงจากคาดการณ์เดิม 24% เหลือ 1.49 แสนล้านบาท และส่งผลให้พรีเซลล์ปรับลดลง 22% จากปี 2556 ที่อยู่ 1.92 แสนล้านบาท

นอกจากนี้อัตราการปฏิเสธและถูกยกเลิก (Rejection Rate) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากปกติอยู่ที่ 5-26% ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่มีในปัจจุบัน ขณะเดียวกันคาดการณ์ผลการดำเนินงานปีนี้ของกลุ่มอสังหาฯ 7 บริษัทที่บริษัทวิเคราะห์ ปรับลดลง 3.7% เหลือ 2.36 หมื่นล้านบาท

"การเมืองที่ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบให้ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน ทำให้หุ้นกลุ่มอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบรุนแรงในปีนี้ จึงได้ปรับลดน้ำหนักลงทุน แม้ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาจะลดลงแล้ว 18% ตั้งแต่มีการประท้วง แต่ดัชนียังสูงกว่าจุดต่ำสุดในอดีตถึง 34% และจากประมาณการของบริษัท กลุ่มอสังหาฯจะมีผลประกอบการแย่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ กำไรต่อหุ้นปีนี้ไม่เติบโต และอาจจะเห็นอาร์โออี (ROE) ปีนี้ลดลงอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี"