มีโอกาสรับงานเพิ่ม สร้างฐานรายได้เติบโต
ปัจจัยบวกจากโอกาสรับงานต่อเนื่อง
วานนี้ระดับราคาของ SRICHA ปรับเพิ่มกว่า 6% ผลจากจากข้อมูลที่ปรึกษาทางการเงินของ SRICHA แจ้งผ่านสื่อว่าบริษัทมีโอกาสรับงานต่อเนื่องจากไทยออยล์ (TOP) มูลค่า 1.5 – 2 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 1Q57 หลังจากก่อนหน้าได้รับงานวางระบบท่อและติดตั้งเครื่องจักรมูลค่า 427 ล้านบาทไปแล้ว นอกจากนี้ ผู้บริหารยังคาดว่ามีโอกาสรับงานที่กำลังรอการประมูลจากกลุ่มโรงกลั่นรวมถึงงานในต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะได้ข้อสรุปในปี 2557 โดยเราคาดว่างานก่อสร้างที่ SRICHA จะได้รับในปีนี้อยู่ที่ระดับ 3 พันล้านบาท
รายได้ปี 2557 มีความมั่นคงมากขึ้น
เรามีความมั่นใจต่อประมาณการรายได้ของปี 2557 ว่าจะมีโอกาสถึง 2.9 พันล้านบาท หลังจากที่บริษัทได้รับงานก่อสร้างต่อเนื่องจาก TOP ทำให้งานในมือสะสมเพิ่มขึ้นมากจากระดับ ณ สิ้นปี 2556 ที่ ราว 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีงานเพิ่มเติมที่ได้รับการว่าจ้างจาก TOP และงานต่อเนื่องราว 2 พันล้านบาท ที่จะสามารถรับรู้รายได้ภายในปี เนื่องจากงานก่อสร้างส่วนใหญ่ที่ SRICHA รับจ้างทำเป็นงานวิศวะกรรมที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ระดับ 50% ได้ทำให้กำไรในปี 2557 คาดว่าจะเติบโจ 13% YoY
คาดกำไร 4Q56 เติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี
เราคาดว่าผลประกอบการ 4Q56 ของ SRICHA จะทำได้ดีต่อเนื่องจาก 3Q56 เป็นผลของอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 50% ขณะที่มีการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องจาก TOP โดยเราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 355 ล้านบาท เติบโต 72% YoY และ 2% QoQ ผลจากที่อัตรากำไรขั้นต้นของ SRICHA ทำได้ดีกว่าที่เราคาดไว้เดิมที่ 44% เป็น 50% ทำให้กำไรสุทธิปี 2556 ถูกปรับขึ้นเป็น 997 ล้านบาท
แนะนำ “ ซื้อ” ปรับมูลค่าเหมาะสมเป็น 47 บาท
เรายังคงชอบความแข็งแกร่งทางสถานะทางการเงินของ SRICHA ที่ไม่มีหนี้สิ้นเป็น Net cash และความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นจากการเลือกรับงานประเภทโรงกลั่นและปิโตรเคมีจากผู้ประกอบการในประเทศที่มีแผนการขยายกำลังการผลิตต่อเนื่องรวมถึงโอกาสรับงานจากต่างประเทศ ทำให้บริษัทสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยสูง นอกจากนั้น SRICHA ยังมีผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงถึง 7-8% ต่อปี โดยเราคาดในงวด 2H56 จะสามารถจ่ายได้ในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท (จ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 1.15 บาท) เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่เป็น 47 บาท (ประเมินด้วยวิธี P/E Multiple ที่ 12 เท่า)






