ปรากฏการณ์ "วิกฤติ" ศึกเหนือเสือใต้ในปีนี โจทย์หิน "เอ็มดีลูกหม้อ" โอภาส ศรีพยัคฆ์ ต้องหาสูตรลับแก้สมการ นำทัพธุรกิจเติบโตยั่งยืนในวัยที่ "แอลพีเอ็น" ย่างเข้าสู่เบญจเพศ
"แอลพีเอ็น" เบิกฤกษ์เปิดแผนธุรกิจปี 2557 พร้อมกับงานเลี้ยงสังสรรค์กระจอกข่าวในช่วงหัวค่ำของวันที่ 28 มกราคม 2557
ด้วยความชิลหลังเลิกงาน 4 โมงเย็น กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) "โอภาส ศรีพยัคฆ์" เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายโรงแรมย่านสุขุมวิทด้วยรถยนต์ เพราะคะเนว่าออกจากออฟฟิศย่านพระราม 4 มีเวลา "2 ชั่วโมง" ไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้า ขับรถไปได้...สบายๆ
ทว่า..สุดท้ายเจ้าตัวต้องค้างเติ่งอยู่ในรถนานถึง "สองชั่วโมงครึ่ง" จนต้องนั่งลุ้นว่าจะมาตรงตามเวลานัดหมายหรือไม่
สุดท้ายก็มาทันในระยะเผาขน
"โอภาส" ประเดิมประโยคติดตลกก่อนจะว่าด้วยเรื่องหนักๆว่า...
"ผมทำงานเก็บข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยตั้งแต่เป็นผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ กระทั่งถูกโปรโมทให้เลื่อนขั้นเป็น กรรมการผู้จัดการ ในปี 2549 นี่เป็นปีที่ 9 แล้วที่ผมมาแถลงข่าว"
...เวลาผ่านไปไวมาก !!
เรียกว่า ส่องกระจกมองตัวเองทีไร หากย้อนเวลากลับไปได้ ไม่รับตำแหน่งดีกว่า "เพราะยิ่งมองยิ่งแก่" เจ้าตัวเล่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ
เมื่อบรรยากาศงานเริ่มผ่อนคลาย การบอกเล่าเรื่องราวธุรกิจก็เริ่มขึ้น โอภาสเล่าว่า ในปี 2556 ถือเป็นปีที่หลาก "อารมณ์" ธุรกิจ โดย "ครึ่งปีแรก" ธุรกิจประสบความสำเร็จเกินคาด ไม่ใช่แค่แอลพีเอ็นบริษัทเดียว แต่ถูกหวยกันทั้งตลาด
เรียกได้ว่า ผู้ประกอบการแห่ปรับเพิ่มเป้ายอดขายกันเป็นว่าเล่น
ครั้นเข้าสู่ "ครึ่งหลัง" ของปี 2556 ตลาดอสังหาฯแปรผันต่างจากครึ่งแรกอย่างสิ้นเชิง ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมออกอาการ "ไม่สู้ดี" ผู้ประกอบการเริ่มปรับแผนเล่นบท "ถอยกรูด" จากตลาดคอนโด หันไปเอาดีกับโครงการแนวราบมากขึ้น
ดีเวลลอปเปอร์เริ่มปรับพอร์ตคอนโดลดลง โดยรายใหญ่ในตลาดที่มีมาร์เก็ตแชร์ 50% ปรับพอร์ตลดลง 25-30% เขาแจกแจง
"ปี 2556 เหนื่อยพอสมควร ยอดขายได้ตามเป้าบ้าง ไม่เข้าเป้าบ้าง และยังเป็นปีที่เหนื่อยกว่าปี 2555 เพราะโอนยอดขายแค่ไตรมาส 4 ไตรมาสเดียวก็ปาเข้าไป 7,000 ล้านบาท" เขาเล่าและว่า
ยอดรับรู้รายได้ในปี 2556 จะตามเป้าที่ 1.4 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ยังต้องลุ้นให้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ก่อน แต่หากดูตัวเลข 9 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 1,774.66 ล้านบาท เทียบกับปี 2555 รายได้รวมอยู่ที่ 1.34 หมื่นล้านบาท กำไร 2,216.79 ล้านบาท
เรียกได้ว่าที่ผ่านมามี "โจทย์หิน" ให้แก้อยู่ตลอด ไม่เฉพาะปี 2556 "ผมสีดอกเลา" เป็นคำตอบหนึ่งถึงผลของการกรำงานหนักตลอดระยะเวลา 9 ปีในเก้าอี้เอ็มดี
ผ่านพ้นปี 2556 มาถึงปี 2557 โอภาส ประกาศ "วิชั่น"ใหม่ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งมั่น โดยพันธกิจและแผนธุรกิจของแอลพีเอ็นในช่วงปี 2557-2559 คือ "การรักษาสถานะเจ้าพ่อคอนโด สำหรับเซ็กเมนต์กลาง/กลางล่าง ภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่" เติบโตอย่างยั่งยืน
ย้ำแนวทางบริหารองค์กรสู่ปีที่ 25 ของแอลพีเอ็น
โอภาสบอกว่า ในปีนี้ แอลพีเอ็นวางหมากผุดโปรเจคคอนโดใหม่ทั้งสิ้น 12 โครงการ มูลค่า 2.07 หมื่นล้านบาท โดยเป็น "ครั้งแรก" ที่ทุกโครงการซื้อที่ดินและโอนเสร็จสรรพ "พร้อมเปิดโครงการใหม่ตลอดเวลา" เขาลั่น
ทว่า...ยังมีลุ้นว่า 5 โครงการแรก (ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช 46, ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ, ลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ, ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง(2) และลุมพินี ซีวิว จอมเทียน จำนวนรวม 6,900 ยูนิต มูลค่า 7,000 ล้านบาท) จะมียอดขายเข้าเป้าหรือไม่
ซึ่งถือเป็น "ตัวแปร" สำคัญต่อรายได้ปีนี้ทั้งปีของแอลพีเอ็น
"หาก 5 โครงการ ก่อสร้าง เปิดขายได้ในไตรมาส 1 มั่นใจว่ามีความเป็นไปได้สำหรับเป้ายอดขายปีนี้ แต่ถ้าไม่สามารถ Kick off ได้ จะเสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องจับตา 5 โครงการให้ดี ถ้าไตรมาส 2 ไม่เริ่ม ก็จะไม่ได้เริ่มเลย" นี่คือสิ่งที่เขาพะวง
แน่นอนเพื่อลดความเสี่ยง จึงต้องเพียรเช็คภาวะตลาด นำร่องพรีเซลล์โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช 46 และลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ
ปรากฎว่า "พลาดเป้า" ทั้งจำนวนลูกค้าที่เข้าชมโครงการ และยอดขายที่ได้เพียง 50% ของเป้าหมาย
แต่เขาก็ปลอบใจตัวเอง โดยบอกว่า ต้องมองหา "โอกาส" ให้เจอ
"ลูกค้าเป้าหมายยังโอเค ให้ความสำคัญกับตลาดคอนโด แต่ด้วยสภาวะโดยรวมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ แต่เมื่อเหตุการณ์ต่างๆคลี่คลายลง ยอดขายน่าจะเดินหน้าได้" เขาวิเคราะห์
เขายังประเมินสถานการณ์ธุรกิจของแอลพีเอ็นในกรณีเลวร้ายสุด (Worst Case) สิ่งที่จะต้องทำคือ ..เข็นยอดขาย ก่อสร้าง และโอนรายได้ให้ได้ 100% ใน 2 โครงการแรก เพื่อลดช่องว่างความเสี่ยงของรายได้จาก 5 โครงการเหลือเพียง "กึ่งหนึ่ง"
เรียกว่าคิดสูตรแก้สมการทุกทิศทาง เพื่อประคองการเติบโตของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม โอภาสบอกว่า หากทะลวงอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ ปี 2558 จะเป็น "ปีทอง" ของแอลพีเอ็น เพราะปัจจุบันตุนแบ็กล็อกเหนาะๆ ไว้กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท
"ปีนี้เสี่ยงรอบด้าน สถานการณ์ไม่ค่อยเอื้อเมื่อเทียบกับปี 2555-2556 ที่ความเสี่ยงเกิดจากภายในองค์กร แต่เป้าหมายรายได้ 1.52 หมื่นล้านบาทในปีนี้ เสี่ยงที่จะไปไม่ถึง แต่จิตวิญญาณแอลพีเอ็นสู้ขาดใจ" เขาฮึด
ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปี กับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โอภาส สรุปว่า สิ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ หาใช่ "ฝีไม้ลายมือ" ของผู้บริหารเช่นเขา หากกลับยกความดีความชอบให้กับ "พนักงาน" และ "ปิยมิตร" ทางธุรกิจ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนอาณาจักรแห่งนี้ให้เติบใหญ่ ก่อนที่เขาจะเล่าเคล้าเสียงหัวเราะว่า
"หากใครอยากให้แอลพีเอ็นเจ๊ง มาแย่ง 2 ส่วนนี้ไปเลย"
ในช่วงที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง เขายังให้ความสำคัญกับบุคลากร โดยวางแผนสำรองไว้ว่า หากเหตุการณ์การเมืองยืดเยื้อ ทำให้โครงการเกิดไม่ได้ ยืนยันชัดว่าจะไม่ Lay off พนักงาน แต่จะใช้วิธีการโยกย้ายหมุนเวียนไปดูแลในส่วนงาน "ชุมชนน่าอยู่" อันเป็นวิถีของแอลพีเอ็น
ปัจจุบันแอลพีเอ็นมีพนักงานทั้งกลุ่ม 2,825 คน เพิ่มขึ้น 70% จากปี 2553 ที่มี 1,667 คน มีอาคารชุดพักอาศัยกว่า 80 โครงการ จำนวน 1.6 หมื่นยูนิต และลูกบ้านที่ต้องดูแล 1.25 แสนราย จากปี 2553 มี 58 โครงการ จำนวน 8,000 ยูนิต ลูกบ้าน 6.3 หมื่นราย(คำนวณจาก 1.6 คน/1ยูนิต)
นี่คืออีกก้าวสำคัญสำหรับแม่ทัพ "โอภาส" ที่จะต้องพิสูจน์ฝีมือกับภารกิจขับเคลื่อนแอลพีเอ็น ภายใต้ภาวะวิกฤตินานัปการ
"ถ้าฝ่าวิกฤติปีนี้ได้ ปี 2558 ผมจะลาพักร้อนครึ่งปีไปเที่ยว ปิดบริษัทซักครึ่งปี ฮ่า ฮ่า ฮ่า" บนสนทนาปิดท้ายของผู้นำแอลพีเอ็น





