ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่สุดของโลกในแง่ยอดขาย "แมทเทล อิงค์" เผยยอดขายในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ในตลาดอเมริกาเหนือ ร่วง 10% ยอดขายตุ๊กตาบาร์บี้ซบ
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทยังมีกำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 20% มาอยู่ที่ 369.2 ล้านดอลลาร์ แม้ยอดขายโดยรวมจะลดลง 6.3% มาอยู่ที่ 2,110 ล้านดอลลาร์
ยอดขายที่ร่วงลงเหนือความคาดหมาย สะท้อนให้เห็นว่า แมทเทลได้สูญเสียส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดของเล่นที่มีขนาดใหญ่สุด และทำกำไรสุดของโลก ไปในสัดส่วนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด "เอ็นพีดี กรุ๊ป" ที่แสดงให้เห็นว่า ในไตรมาสดังกล่าว ยอดขายของเล่นในตลาดสหรัฐโดยรวม ลดลงเพียง 1% เท่านั้น
ประธานกรรมการบริหาร และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารแมทเทล "นายไบรอัน จี สต็อกตัน" ยอมรับว่า ยอดขายที่ร่วงลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะนวัตกรรมในสินค้าของบริษัท รวมถึงแผนการทำตลาด ไม่แข็งแกร่งพอ
ความท้าทายอื่นๆ ที่แมทเทล และผู้ผลิตของเล่นรายอื่นๆ ต้องเผชิญ รวมถึง การที่เด็กๆ ให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟน แทบเล็ต และเกมดิจิทัลอื่นๆ มากขึ้น แต่ยอดขายที่ร่วงลงของแมทเทล ยังสะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ในช่วงเทศกาลวันหยุดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการที่มีลูกค้าแวะไปหาซื้อของจากร้านค้าแบบดั้งเดิมน้อยลง ทำให้ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องหั่นราคาของเล่นลงมา และลดยอดสั่งซื้อกับบริษัท สถานการณ์ที่ทำให้แมทเทลจะมีสินค้าคงคลังเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วง 2-3 ไตรมาสข้างหน้า
ยอดขายที่ซบเซาดังกล่าว ยังทำให้เกิดความวิตกว่า แบรนด์บาร์บี้ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของแมทเทล กำลังเสื่อมความนิยมลง โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว บาร์บี้มียอดขายทั่วโลกร่วงลง 13% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ที่ลดลง 4%





