กฟผ.ชี้อากาศหนาวจัดดันยอดใช้ไฟฟ้าม.ค. ลดลง 6% คาดทั้งปีประชาชนใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าเป้า 4.1% เหตุเศรษฐกิจไทยส่อต่ำกว่า 4% หลังการเมืองไม่สงบ
แหล่งข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ยอดใช้ไฟฟ้าของไทยในวันที่ 1-20 เดือนม.ค. 2557 ลดต่ำกว่าเดือนม.ค. 2556 ที่ผ่านมาถึง 6.67% เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอุณหภูมิลดลง 4-5 องศา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนลดใช้ไฟฟ้าลงมาก โดยจากเดือนม.ค. 2556 ใช้ไฟฟ้าอยู่ 23,390 เมกะวัตต์ แต่ในเดือนม.ค. 2557 การใช้ไฟฟ้าเหลือเพียง 22,556 เมกะวัตต์ หรือการใช้ไฟฟ้าลดลง 834 เมกะวัตต์
ส่วนช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 หากอุณหภูมิต่ำกว่าปี 2556 มีความเป็นไปได้มากที่การใช้ไฟฟ้าไตรมาสแรกของไทยจะต่ำกว่าปี 2556 ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2556 กฟผ. ได้ประเมินการใช้ไฟฟ้าของทั้งปี 2557 ไว้แล้ว โดยหากเศรษฐกิจของประเทศเติบโต 4% จะทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าของไทยเติบโต 4.1% หรือประมาณ 27,206 เมกะวัตต์ แต่จากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้กฟผ.ต้องทำการประเมินยอดการใช้ไฟฟ้าของประเทศใหม่ ตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ภาครัฐจะประกาศออกมาในอนาคต อย่างไรก็ตามหากเศรษฐกิจประเทศตกต่ำลง จะมีผลต่อยอดการใช้ไฟฟ้าของประเทศให้หดตัวลงตามไปด้วย
"ปกติปริมาณการใช้ไฟฟ้าของไทยจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจเป็นหลัก ที่ผานมาคาดการณ์ปี 2557 เศรษฐกิจจะโต 4% แต่ขณะนี้ไม่แน่ใจว่าจะเติบโตตามที่คาดหรือไม่ เนื่องจากประเทศเผชิญปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าหากเศรษฐกิจหดตัว การใช้ไฟฟ้าหดตัวตามไปด้วย และประกอบกับอากาศหนาวเย็นทำให้ใช้ไฟฟ้าน้อยลงไป จึงประเมินการใช้ไฟฟ้าของประเทศอย่างแม่นยำไม่ได้"
กฟผ.คาดการณ์เบื้องต้นไว้ว่า ยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)ของไทยในปี 2557 จะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. 2557 นี้ โดยจะมียอดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 27,206 เมกะวัตต์ สูงกว่าปี 2556 ที่พีคอยู่ระดับ 26,598 เมกะวัตต์ และจะอยู่ในช่วงเวลาที่ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชในอ่าวไทยปิดซ่อมบำรุง 30 วัน ก๊าซฯ จากแหล่งดังกล่าวหายไปประมาณ 630 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ถึง 33,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสูงกว่าพีคที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ภาครัฐและผู้ผลิตก๊าซฯได้วางแผนผลิตก๊าซฯจากหลุมอื่นๆในอ่าวไทยเพิ่มขึ้นมาทดแทนก๊าซฯจากแหล่งบงกชแล้ว พร้อมกับแผนใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลสำรองในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าไปก่อน ซึ่งมั่นใจว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนเดือนเม.ย. 2556 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ มีกรณีแหล่งก๊าซฯจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) จะปิดซ่อมบำรุงในวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 2557 ที่อาจมีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าที่ภาคใต้นั้น กฟผ.ได้เตรียมแผนรองรับโดยการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ให้พร้อมใช้เชื้อเพลิงสำรองทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาได้






