กขช.โยนครม.ชี้ขาด หาเงินจ่ายจำนำข้าวแสนล้าน รอลุ้นมติกกต.วันนี้ ชี้ขาดคลังขอกู้เงิน 1.3 แสนล้าน แบงก์รัฐ 3 แห่งปัดใช้สภาพคล่องหนุนโครงการ
คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ(กขช.) ยังไร้ทางออกแหล่งเงินโครงการจำนำข้าวฤดูนาปี 2556/57 โดยเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้พิจารณาหาเงินมาชำระใบประทวนที่ออกให้เกษตรกร ซึ่งยังค้างทั่วประเทศรวมกว่าแสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันนี้(21 ม.ค.) หลังจากทำเรื่องขออนุมัติการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการ 1.3 แสนล้านบาท โดยกกต.จะพิจารณาว่าสามารถกู้เงินได้หรือไม่
หากเงินกู้ดังกล่าวสร้างภาระผูกพันในรัฐบาลต่อไป ทางกกต.อาจเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลให้การจ่ายเงินเกษตรกรมีปัญหามากขึ้น
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกขช. ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์เป็นประธานวานนี้(20 ม.ค.) มีเพียงพิจารณากรณีเกษตรกรปีการผลิต 2555/56 ได้รับเงินจำนำข้าวล่าช้า โดยกขช.มีมติส่งเรื่องให้ครม.พิจารณาจัดสรรงบประมาณตามกรอบเดิม โดยไม่ต้องขยายวงเงินเพิ่มเติม ซึ่งสามารถใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/57 มาใช้แทนได้เนื่องจากมีปริมาณเพียง 4.7 หมื่นตัน ที่คาดว่าน่าใช้วงเงินเพียง 712 ล้านบาทเท่านั้น
กขช.เห็นว่า ไม่ได้เป็นความผิดของเกษตรกร จึงต้องให้คณะรัฐมนตรีกลับไปพิจารณาอีกครั้งว่า ควรนำเงินจากส่วนใดมาจ่ายให้กับเกษตรกร ที่ต้องไม่เพิ่มภาระให้กับรัฐบาลและไม่เป็นภาระผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ รวมทั้งจะต้องไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค.นี้ ธนาคารจ่ายเงินตามใบประทวนในโครงการรับจำนำปี 2555/2556 ไปแล้วทั้งสิ้น 5.66 หมื่นล้านบาท โดยเหลือเกษตรกร 3,677 ราย ในอีก 5 จังหวัดที่ยังได้รับเงินไม่ครบ คือ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี วงเงิน 639 ล้านบาท
ส่วนเกษตรกรที่เข้าโครงการรับจำนำปี 2556/2557 วงเงิน 1.1 -1.4 แสนล้านบาท ยังคงไม่ได้รับเงิน เพราะต้องรอมติจากรัฐบาลว่าจะจัดหาแหล่งเงินจากที่ใด แต่ขณะนี้ ธ.ก.ส.ยังมีเงินเหลือที่จะจ่ายให้เกษตรกรในโครงการจำนำอีกเพียง 2 พันล้านบาท
"ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) วันนี้ (21ม.ค.) เรื่องแหล่งเงินว่าจะอนุมัติให้กู้เงิน วงเงิน 1.3 แสนล้านบาทหรือไม่ ซึ่งหากกกต.อนุมัติก็จะสามารถใช้สภาพคล่องสำรองของธ.ก.ส. จำนวน 5.5 หมื่นล้านบาทไปก่อนได้"
แหล่งข่าวกล่าวว่าการประชุมกขช.วานนี้ มีมติเสนอครม.พิจารณาข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1. ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ เพราะเกินวงเงิน 2. ของบกลาง วงเงิน 639 ล้านบาทเพื่อจ่ายให้เกษตรกร แต่ต้องขอมติกกต. และ 3. ให้ครม.พิจารณาแนวทางในการจัดหาแหล่งเงิน
ยันต้องอยู่ในกรอบเดิม5แสนล้าน
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เดิมมติครม.เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2556 ที่อนุมัติกรอบโครงการรับจำนำปี 2556/2557 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เสนอให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงิน จำนวนดังกล่าว ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้มีความเห็นแนบท้ายในครั้งนั้นว่า วงเงิน 2.7 แสนล้านบาทต้องอยู่ภายใต้กรอบ 5แสนล้านบาท โดยจัดหาเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาทและระบายข้าว 1.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 8 พ.ย.คณะกรรมการธ.ก.ส.มีมติเสนอให้กระทรวงการคลังเปิดวงเงินกู้ใหม่ 1.3 แสนล้านบาท ผ่านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอขออนุมัติจากครม. แต่นายกิตติรัตน์ระบุว่า ยังไม่พร้อมนำเสนอครม. ขณะนั้น ขอให้รอไปช่วงเดือนธ.ค.แต่เมื่อวันที่ 9ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ทำให้เรื่องนี้ตกไป
สหภาพธ.ก.ส.-กปปส.กดดันบอร์ด
ปัญหาแหล่งเงินมาใช้ในโครงการ ทำให้มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามให้ธนาคารรัฐปล่อยกู้ แต่ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านจากสหภาพแรงงานและผู้บริหาร รวมทั้งแรงกดดันจากคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)
วานนี้ สหภาพแรงงานธ.ก.ส.และกลุ่ม กปปส.ชุมนุมคัดค้านการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ที่มีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เป็นประธาน ทำให้การประชุมคณะกรรมการที่กำหนดจะประชุมในวานนี้ (20 ม.ค.) เวลา 14.00 น.ต้องยกเลิกไป แม้ว่าทางฝ่ายผู้บริหารของธนาคารจะยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมประจำเดือนตามปกติ และไม่มีวาระเรื่องการนำสภาพคล่องของธ.ก.ส.ไปใช่ก็ตาม
"ธ.ก.ส. อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของกกต. จะมีข้อสรุปแหล่งเงินกู้อย่างไร จากปัจจุบันที่มีการใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวเต็มกรอบ 5 แสนล้านบาทตามมติครม.แล้ว หากคลังสามารถหาแหล่งเงินกู้มาได้ ธ.ก.ส.ก็พร้อมที่จะจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่ยังค้างอยู่ได้ทันที"
นอกจากนี้ บอร์ดยังได้กำชับฝ่ายบริหาร ให้ดำเนินการหามาตรการเยียวยาเกษตรกรที่เดือดร้อน จากการไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าวเป็นเวลา 3-4 เดือนแล้ว โดยให้เป็นมาตรการที่อยู่ในกรอบความรับผิดชอบของธ.ก.ส.เอง โดยไม่ต้องนำเสนอ ครม.
คาดกกต.โยนกลับครม.รับผิดชอบ
"มีความเป็นไปได้ที่ กกต.จะไม่มีมติเรื่องเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาทเนื่องจากหากมีมติให้กู้ได้ กกต.ก็อาจมีความผิดทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่อนุมัติให้กู้ ก็จะถูกเป็นข้ออ้างทำให้ชาวนำเดือดร้อน ดังนั้นเป็นไปได้ที่ กกต.จะโยนเรื่องนี้กลับไปให้เป็นหน้าที่ของ ครม." แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ พาโฮม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ธ.ก.ส.กล่าวว่า สหภาพแรงงานธ.ก.ส.ได้นัดแต่งชุดดำประชุมวิสามัญสมาชิกทั่วประเทศที่ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ เพื่อแสดงจุดยืน คัดค้านการนำเงินสภาพคล่องของธนาคารไปใช้ในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล
ขู่ชุมนุมไล่บอร์ด-ผู้บริหาร
หากว่าคณะกรรมการของธนาคารยืนยันในมติที่จะนำเงินสภาพคล่องไปใช้ในโครงการดังกล่าว ทางสหภาพแรงงานฯจะยกระดับการชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อขับไล่คณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแสดงอารยะขัดขืนทางใดทางหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่การหยุดทำงาน เนื่องจากธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการแก่ประชาชน
"ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานธ.ก.ส.ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับนำเงินสภาพคล่องของธนาคารไปใช้ในโครงการจำนำข้าวต่อรัฐบาลมาโดยตลอด แต่รัฐบาลไม่เคยฟัง เราจึงต้องมาแสดงจุดยืนว่า เราคัดค้านกับเรื่องนี้"นายประสิทธิ์กล่าว
ประธานสหภาพธ.ก.ส.กล่าวว่า ธนาคารพร้อมที่จะให้บริการแก่เกษตรกรในโครงการจำนำข้าว แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการนำเงินสภาพคล่องของธนาคารที่ไม่สามารถนำไปใช้ เราจึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะหากนำสภาพคล่องไปใช้ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน
ปัจจุบัน ธ ก ส มีสภาพคล่องราว 1.8 แสนล้านบาท แต่ธนาคารจะต้องดำรงสภาพคล่องตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำนวน 6 หมื่นล้านบาท อีก 8 หมื่นล้านบาท จะต้องสำรองไว้เพื่อการปล่อยสินเชื่อแก่เกษตรกรภาคต่างๆ ส่วนที่เหลือราว 40,000 หมื่นล้านบาท จะต้องสำรองให้สำหรับผู้ฝากเงินที่จะครบกำหนดการไถ่ถอน
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ สหภาพแรงงานธ.ก.ส.ได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขว่า หากบอร์ดมีมติให้นำเงินสภาพคล่องของธนาคารไปใช้ในโครงการดังกล่าว ทางกระทรวงสาธารณสุขจะถอนเงินฝากออกจากธนาคาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร
'ยรรยง'วอนแบงก์รัฐช่วยรัฐบาล
นายยรรยง กล่าวว่าขอให้รัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะธ.ก.ส.ที่มีคัดค้านไม่ให้บอร์ดช่วยเหลือรัฐบาล ในการหาเงินมาจ่ายค่าข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/57 ให้แก่ชาวนาที่ยังคงเหลือค้างอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งต้องการให้ธกส. เข้ามาเป็นกลไกในการจัดหาเงินดังกล่าว
เนื่องจากโครงการนี้ได้สร้างรายได้ให้ ธ.ก.ส. มาก่อน ทั้งจากค่าบริหารจัดการและอัตราดอกเบี้ยที่รัฐบาลกำหนดจ่ายให้ ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งริเริ่มใหม่ แต่เป็นประเด็นที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้กับเกษตรกร
"ธ.ก.ส. ได้ค่าบริหารความเสี่ยงและ ธ.ก.ส. จะไม่รับความเสี่ยงอะไรเลยหรือ และนอกจากนี้ก็ฝากถึง สหภาพ ออมสินและ กรุงไทยด้วย สิ่งที่รัฐบาลทำตอนนี้ เป็นความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ และไม่ได้ขอให้ช่วยแบบฟรี ๆ จึงขอให้คิดอย่างรอบคอบ และหากไม่มีแบงก์ไหนช่วยเหลือ ทางรองนายกฯกิตติรัตน์ คงจะมีแผนสำรองในการแก้ไขเรื่องนี้"นายยรรยง กล่าว
ออมสินยันไม่นำเงินอุดจำนำข้าว
ด้านนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวยืนยันว่าออมสินไม่ได้เป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรงให้แก่รัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าวอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ได้เข้าใจในประเด็นดังกล่าวและขอให้ยกเลิกการปิดล้อมสำนักงานใหญ่ของธนาคาร เนื่องจาก จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน
วานนี้ กลุ่มกปปส.เข้าปิดล้อมธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ย่านสะพานควาย โดยกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานและคัดค้านการใช้เงินช่วยเหลือสภาพคล่องในโครงการจำนำข้าว
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ออมสิน เป็นธนาคารของรัฐ มีหน้าที่ในการเป็นกลไกของภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบายดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมา ปล่อยกู้ในโครงการของภาครัฐ แต่กระทรวงการคลังต้องค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งไม่ได้ปล่อยกู้โดยตรง
ปัจจุบัน ธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท
ด้าน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่ ธนาคารออมสินจะนำเงินไปให้กระทรวงการคลังกู้เงินไปจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว ว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า ธนาคารออมสินปล่อยกู้ "โครงการรับจำนำข้าว" สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ขอให้พี่น้องประชาชน เพื่อนพนักงานและลูกจ้างธนาคารออมสิน สบายใจว่า หากมีการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวจริง สหภาพแรงงานฯ และชาวออมสิน พร้อมจะรวมพลัง "คัดค้านและต่อต้าน" อย่างถึงที่สุด
กรุงไทยย้ำปล่อยกู้ดูความเสี่ยง
เช่นเดียวกับ นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าการให้สินเชื่อกับธ.ก.ส.นั้น ธนาคารใช้หลักเกณฑ์เดียวกับให้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน โดยคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ
"ขอให้ลูกค้าและประชาชนมั่นใจการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ซึ่งคำนึงถึงการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เพราะธนาคารเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มีผู้ถือหุ้นรายย่อยและสถาบันการเงินอยู่มากกว่า 45%"
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรุงไทยปล่อยกู้ ธ.ก.ส.เพื่อใช้ในโครงการปล่อยกู้พืชผลทางการเกษตรในช่วงที่ผ่านมาจริง แต่สำหรับโครงการจำนำข้าวที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ธนาคารไม่ได้ปล่อยกู้แต่อย่างใด









