ธุรกิจโรงแรมหวั่นสถานการณ์ไม่สงบการเมือง เปิดสงครามราคารอบใหม่ เชื่อคู่ค้าเตรียมใช้สถานการณ์ในไทยบีบลดราคาห้องพัก
เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ปิดกรุงเทพฯในย่านธุรกิจสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมกลางเมือง ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า จากอัตราการเข้าพักที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก และกำลังจะลามไปถึงการเกิด "สงครามราคา"
นายชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมในไทยในช่วง 1-2 สัปดาห์จากนี้ว่า จะส่งผลต่อการกำหนดราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในกรุงเทพฯอย่างมาก โดยหากการชุมนุมพัฒนาเป็นความรุนแรงมากขึ้น จะส่งผลให้โรงแรมถูกบีบให้เข้าสู่กลยุทธ์การตัดราคา เพื่อประคองธุรกิจในปีนี้ให้อยู่รอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้ก่อนเดือน มี.ค.
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงต้นเดือน มี.ค.จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาการเจรจาธุรกิจเวทีใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเดิมช่วงต้นปีด้วยงาน ไอทีบี เบอร์ลิน 2014 โดยมีความเป็นไปได้ที่โรงแรมอาจถูกต่อรองจากบริษัทค้าส่งทัวร์ในต่างประเทศกดราคาห้องพัก โดยอ้างสถานการณ์เมืองไทยที่ยังไม่แน่นอน จนส่งผลให้ราคาเฉลี่ยห้องพักโรงแรมของกรุงเทพฯ อยู่ในอัตราตกต่ำต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเมืองภายในประเทศตั้งแต่ปี 2551 (แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส)
"ไม่ต้องการให้เกิดการตัดราคาแข่งขัน เพราะตามปกติอัตราราคาห้องพักของเราก็ถูกอยู่แล้วเมื่อเทียบกับในระดับเอเชียด้วยกัน แต่หากการเมืองรุนแรง ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"
การเมืองป่วนธุรกิจโรงแรมเสียโอกาส
นายชนินทธ์ ยังกล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น ถือเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากเดิมคาดว่าปีนี้ธุรกิจโรงแรมน่าจะเติบโตได้ดีจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่จะเห็นการฟื้นตัวกลับมาแน่นอน และการแข็งค่าของเงินบาทอีกราว 10% ที่น่าจะทำให้ธุรกิจโรงแรมไทยอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบ แต่ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นทำให้ต้องปรับประมาณการรายได้ใหม่ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ยังมีความหวังในการหันไปกระตุ้นรายได้จากโรงแรมในต่างจังหวัดเป็นการทดแทน เนื่องจากยังมีความต้องการเดินทางเข้าพักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมทางภาคเหนือที่ยังรับได้อานิสงส์จากสภาพอากาศหนาวเย็นทำให้คนไทยยังเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวมากขึ้น
ด้านนายเกลน เดอ ซูซ่า รองประธานฝ่ายปฏิบัติการเอเชียและตะวันออกกลาง เบสท์เวสเทิร์น อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ปัญหาการเมืองในไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการเดินทางมาเที่ยวไทยของต่างชาติในรอบ 12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการชุมนุมปิดย่านธุรกิจสำคัญในกรุงเทพฯหากยืดเยื้อเกิน 1 เดือน และที่สำคัญจะกลายเป็นความเสี่ยง ทำให้เกิดสงครามราคาห้องพักรอบใหม่ หากโรงแรมหันมาใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อประคองอัตราเข้าพักเฉลี่ย ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการทำธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองยังอยู่ในวงจำกัด แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ได้เตรียมแนวทางประหยัดต้นทุน โดยเริ่มลดการจ้างงานจากภายนอก (เอาท์ซอร์ส) รวมถึงอาจขอให้พนักงานระดับหัวหน้าแผนกและระดับบริหารใช้วันลาพักร้อน โดยเฉพาะโรงแรมในย่านถนนสุขุมวิทและถนนเพชรบุรีที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
"เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาว่าสถานการณ์การเมืองในไทยจะพัฒนาไปอย่างไร จึงได้แต่หวังว่าจะออกมาในรูปแบบที่ดีที่สุด โดยขณะนี้ยังถือว่าผลกระทบไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับการชุมนุมทางการเมืองในครั้งก่อน และเทียบแล้วไทยก็ยังมีความสำคัญในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวอยู่ หากสถานการณ์ไม่กระทบรุนแรงกว่านี้ แม้จะมีจำนวนห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้น ก็เชื่อว่าจะรองรับความต้องการเดินทางเข้ามาได้ในระดับพอดี"
ระบุกลยุทธ์ราคาไม่ชดเชยรายได้ที่เสียไป
ด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า กลยุทธ์การจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษให้คนไทยเข้าพักโรงแรมในพื้นที่ชุมนุม ไม่น่าจะมีผลในเชิงช่วยประคองธุรกิจได้มาก เพราะไม่สามารถชดเชยกับรายได้จากต่างประเทศที่สูญเสียไปได้ทั้งหมด โดยขณะนี้พบว่าลูกค้าโรงแรมในกรุงเทพฯ เริ่มลดลงไปมากกว่า 20% แล้ว
"ต้องจับตามองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ หากยังสามารถควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายก็จะยังไม่เกิดเงื่อนไขของสงครามราคา ขณะนี้อัตราราคาห้องพักในไทยถือว่าอยู่ใกล้เคียงกับมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่มีปัญหาห้องพักล้นตลาดเช่นกัน"
ขณะที่นายพอล สตีเวนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประจำแอคคอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า โรงแรมในเครือที่อยู่ในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษในขณะนี้ โดยพบว่ายอดขายของร้านอาหารในโรงแรมไม่ดีขึ้น ขณะที่ยอดจองล่วงหน้าในช่วง ก.พ.ก็ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวยังคงรอดูสถานการณ์ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ ซึ่งยังต้องคาดหวังให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนปีนี้






