วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจ้งเกิด! เถ้าแก่หน้าใหม่ ใน "ม็อบ"

สถานการณ์การเมืองดึงดูดผู้คนให้มารวมตัวในพื้นที่เดียวกัน พวกเขาไม่ได้มีแค่อุดมการณ์หรือปริมาณแต่ยังมี"กำลังซื้อ"กระตุ้นเงินสะพัดในตลาดม็อบ

ไม่ได้มีแต่บรรยากาศเคร่งเครียดในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง แต่นี่กลายเป็นจุดบันเทิงย่อมๆ ที่ดึงดูดผู้คนให้มาพบปะ พูดคุยและ “จับจ่ายใช้สอย” กับเหล่า “ตลาดชั่วคราว” ที่เกิดขึ้นในทุกเวทีชุมนุมทางการเมือง

กรุงเทพธุรกิจ Bizweek ลงพื้นที่สำรวจตลาดเกิดใหม่ในม็อบ หลังการประกาศปิดกรุงเทพมหานคร ของกลุ่ม กปปส. ใน 7 จุดสำคัญ เมื่อวันที่ 13 มกราคมเป็นต้นมา

หนึ่งจุดพิกัดสำคัญ คือ บริเวณแยกอโศก สุขุมวิท ย่านการค้า แหล่งทำงานของคนกรุง ที่วันนี้กลายเป็นตลาดย่อมๆ วางขายสินค้าสัญลักษณ์ทางการเมือง ไล่ไปจนของกินของใช้ ของสร้างสรรค์ แจ้งเกิดเถ้าแก่หน้าใหม่ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

“จิตติพร สวนทอง” ชวนเพื่อนสนิท 2 ชีวิต ที่ร่วมชุมนุมด้วยกันทุกวัน มาเป็นแม่ค้าหน้าใหม่ในม็อบ

“ปกติพวกเราขายเคสโทรศัพท์ทางเฟชบุ้คและไลน์อยู่แล้ว พอดีมาร่วมกับม็อบกปปส. ที่อโศก แล้วเห็นโอกาสว่าน่าจะเอาของมาขายได้ แต่พยายามเลือกที่แตกต่างจากคนอื่น เลยเอาโทรโข่งจิ๋วจากคลองถม มาติดตราสัญลักษณ์ธงชาติ แล้วขายในราคา 199 บาท เพิ่งวางขายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขายได้ 2 ตัวแล้ว”

แม่ค้าหน้าใสบอกกับเรา ซึ่งขณะให้สัมภาษณ์ก็ยังมีผู้คนแวะเวียนรุมล้อมโทรโข่งจิ๋วไม่ขาดสาย พวกเธอบอกเราว่า ไม่ได้กำไรเยอะมาก อาศัยที่อยากมาร่วมชุมนุมอยู่แล้ว และอยากหากิจกรรมสนุกๆ ทำ เลยถือโอกาสขายของไปด้วย มีกิจกรรมก็จะได้ไปร่วมหน้าเวที ซึ่งเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาก็บริจาคให้กับกปปส.

เช่นเดียวกับอาจารย์ปิ๊ก อาจารย์ด้านการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยดังย่านอโศก หนึ่งในผู้ชุมนุมที่แปลงร่างเป็นพ่อค้าฉีกไอเดียมาขายที่ชาร์ตแบตสำรองลายธงชาติ (Power Bank) ที่ขายดิบขายดี แม้จะมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไปในบริเวณนั้น

โดยเริ่มจากไปติดต่อโรงงานผลิตพาวเวอร์แบงก์ให้ทำลายธงชาติซึ่งกำลังอินเทรนด์ในกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมเพิ่มสายห้อยคอเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งเก๋ ทั้งเท่ห์ แปลกใหม่ ที่สำคัญใช้ได้แม้ไม่มีม็อบ

“ผมมองว่าสินค้าม็อบ เป็นสินค้าที่ฉาบฉวยนะ แต่ของเราเป็นสินค้าเทคโนโลยี ราคาค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นต้องเกิดประโยชน์จริงๆ คือต่อให้เลิกชุมนุมของพวกนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ ซึ่งจริงๆ นี่ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของฝั่งไหน แต่เป็นลายธงชาติ ที่ใครๆ ก็สามารถซื้อเก็บได้ หรือว่าหลังจากนี้ถ้ามีโอกาสสำคัญ ก็ยังซื้อให้เป็นของที่ระลึกได้ด้วย ความเสี่ยงมันน้อย”

ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ เงินลงทุนตั้งต้นกิจการนี้ แค่ที่ “ศูนย์บาท”

“ผมไม่ได้ใช้เงินลงทุนเลย คือ สินค้าก็ไปดิวกับบริษัทที่ผลิต เขาผลิตแล้วเรารับมาขาย ได้เงินก็เอาเงินต้นไปคืนเขา บริษัทเขาต้องการเพิ่มยอดขายอยู่แล้ว ด้วยความที่ของแบบนี้เป็นสินค้าแฟชั่น ผมก็การันตีก่อนว่า รับมา 50 เครื่อง ผมซื้อขาด 20 เครื่องนะ ส่วนอีก 30 เครื่อง ผมถือว่าฝากขาย เราก็ไม่เสี่ยงอะไรเลย”

คิดของใหม่ แล้วการตอบรับเป็นอย่างไร เขาบอกว่าล็อตแรกสั่งมา 30 เครื่อง ขายหมดเกลี้ยงในเวลา 2 ชั่วโมง! เพราะสินค้าที่น่าสนใจและแตกต่าง ที่สำคัญลูกค้าม็อบ “ไม่ต่อ ซื้อง่าย จ่ายเร็ว” ขอแค่ของถูกใจ ดูคุ้มค่า สมเหตุสมผล ใช้งานได้จริง ก็พร้อมควักกระเป๋าจ่ายทันที

“จะขายสินค้าในม็อบถ้าเราไม่ได้เป็นแม่ค้ามาก่อน เป็นมือใหม่ อาศัยเวลาว่างมาขาย ต้องหาสินค้าที่แตกต่าง ลงทุนไม่เยอะ ความเสี่ยงน้อย มีความน่าสนใจในตัว และกำไรต่อชิ้นสูงหน่อย อย่างน้อยก็ต้องเกินครึ่ง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า”

เพราะมีม็อบ และเห็นโอกาส พ่อค้าร้านอาหารที่ศาลายาอย่าง “พิศิษฐ์ รัตนะ” เลยปิดร้านชั่วคราว แล้วมาขายสินค้าเชิงสัญลักษณ์ ทั้งแบบรับมาขายต่อจากสำเพ็ง และดีไซน์ใหม่ให้โดนใจชาวม็อบ ตั้งแต่ นกหวีด คาดผม แว่นตา ป้ายห้อยคอ เครื่องประดับ สายรัดข้อมือ กับของจุกจิกสารพัด เรียงยาวบนแผงขนาดใหญ่ พร้อมผู้ช่วยขายอีกสองชีวิต

เขาบอกอย่างชัดเจนว่า เป็นพ่อค้า ก็คิดแบบพ่อค้า ขายของม็อบ ต้องขายให้ไว กำไรต่อชิ้นอาจไม่มาก แต่ได้เงินเร็ว จะทำกำไร และอยู่ให้ได้ ก็ต้อง ขายให้ไว ตั้งราคาไม่แพง ตั้งแต่ 2 ชิ้นร้อย 5 ชิ้นร้อย และ 6 ชิ้นร้อย ให้คนรู้สึก ซื้อได้ และซื้อง่าย

“ผมเป็นพ่อค้า ทำการค้าก็ต้องกล้าเสี่ยง กล้าได้ กล้าเสีย ตอนมาขายลงทุนกับของไป 4 แสนบาท ตอนนั้นเห็นโอกาสก็คิดให้ไว กล้าคิดใหญ่ คิดเล็กๆ ผมไม่ทำนะ เรื่องการเมืองเราคิดอย่างไร ในใจเราชัดอยู่แล้ว แต่นี่ทำการค้า ก็คิดอย่างพ่อค้า”

พ่อค้าม็อบบอกเราว่า “ไม่เสี่ยง-ไม่รวย” มาดูกันว่า เงินแสนและเรื่องเสี่ยงที่ลงทุนไป จะตอบแทนกลับมาน่าชื่นใจแค่ไหน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าแผงของราคาไม่กี่สิบบาทต่อชิ้น จะทำเงินให้พ่อค้าอย่างเขาวันละ “หลักแสน”!!

“ปกติขายของพวกนี้ได้ไม่เท่าไรหรอก แต่จากที่มีชุมนุม โดยเฉพาะตอนชุมนุมใหญ่ผมได้รายได้วันละหลักแสนบาท ประมาณสองเดือนที่ขายมา ได้รายได้เป็นล้านบาท!”

เจอคำตอบแบบนี้เล่นเอา “อึ้ง” และเชื่อแล้วว่า อยากรวยก็ต้องเสี่ยง กล้าได้ กล้าเสีย อย่างพี่ท่านว่า

เป็นเอสเอ็มอีต้องเก่งปรับตัว ดูตัวอย่างแม่ค้าย่านลาดพร้าว “พลอย-เกด” ที่ขายเสื้อผ้าเครื่องประดับ แต่ช่วงม็อบปิดลาดพร้าว ทำให้ยอดตก เงินหด ขายของไม่ได้ หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง ชวนกันมาเปลี่ยนทำเลขายของในม็อบ
คิดว่าจะขายอะไร ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ก็เอาของที่มีอยู่แล้วนั่นแหล่ะมาขาย แต่ดีไซน์ใหม่เสียหน่อยให้เข้ากับชาวม็อบ ที่มาของการนำหมวกมาตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ธงชาติ สีสันหวานแหววเอาใจคนรุ่นใหม่ ปกติหมวกธรรมดาขายกันใบละ 150 บาท พอตกแต่งก็เพิ่มมูลค่า ขยับราคามาขายที่ 200-250 บาท และแค่วันแรกก็ขายดิบขายดี กู้รายได้ที่หดหายให้คืนมาได้

คิดเพิ่มอีกหน่อย คนเดินม็อบมีอาหารฟรี แต่ก็คงอยากกินอะไรที่ไม่จำเจ เลยทำอาหารมาวางขายด้วย กับเมนูข้าวคลุกน้ำพริกรสเด็ด กระจายความแซ่บเอาใจชาวม็อบ

หรือสองนิสิต “ภาณุวิชญ์ วงศ์ชาญสถาปัตย์” และ “วรวัชร์ พานิชผล” ที่ออกมาใช้สิทธิต่อต้านการคอรัปชั่นตั้งแต่วันชุมนุมใหญ่ วันนี้น้องไปรับที่อุดหูจากร้านทั่วไปมาวางขายให้ชาวม็อบ เงินที่ได้ไม่เอาเข้ากระเป๋า แต่รวบรวมไปบริจาคทั้งหมด

เวลาเดียวกับที่เกิดพ่อค้าหน้าใหม่ เหล่าผู้ค้าเก่าย่านอโศก ก็ได้อนิสงห์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว อย่างแฟรนไชส์หมูปิ้งเจ้าอร่อย ที่ปกติขายได้วันละ 500-600 ไม้ ณ วันที่มีม็อบก็ขายได้เท่าตัว เช่นเดียวกับร้านขนมปังปิ้งที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งกำลังเก็บร้านในเวลาไม่ถึงบ่ายสอง เพราะ “ของหมด” โดยบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าประจำที่ทำงานแถวนี้ 70% ส่วนลูกค้าม็อบมี 30% โดยช่วงมีม็อบยอดขายเพิ่มเท่าตัวเช่นเดียวกัน

ขณะที่ พ่อค้าไอศกรีม “คำสอน บุตรดาพงษ์” ที่ขายอยู่ย่านสุขุมวิท ก็ย้ายทำเลมาขายในม็อบ จากปกติเคยแต่ไปร่วมม็อบแล้วหยุดขายของ ในวันนี้สามารถทำงานไปด้วย และร่วมแสดงออกทางการเมืองไปได้ด้วย โดยมีรายได้เพิ่มจากเดิมที่วันละ 1-2 พันบาท เป็นยอดขายที่วันละ 4 พันบาท เพราะความครึกครื้นของตลาดในม็อบ ที่สำคัญแม้มีโอกาสฉวยขึ้นราคา แต่พ่อค้าของเรายืนยันที่จะขายราคาเดิมคือถ้วยละ 15-20 บาท ด้วยคำตอบสั้นๆ กินใจพ่อค้าว่า..

“ผมก็อยากรวยนะ แต่ไม่อยากเอาเปรียบใคร”

แม้จะมีโอกาสให้หยิบฉวย แต่ก็ขอรวยแบบไม่เอาเปรียบ นี่คือคมคิดของเอสเอ็มอีที่แจ้งเกิดในตลาดม็อบ

................................................
สูตรแจ้งเกิดในตลาดม็อบ
๐ ของแตกต่าง มีสัญลักษณ์ม็อบ
๐ แปลกใหม่ ใช้ได้จริง ราคาสมเหตุสมผล
๐ ลงทุนน้อย กำไรเกินครึ่ง
๐ ขายให้ไว ได้เงินเร็ว
๐ กล้าคิดต่าง กล้าเสี่ยง กล้าได้ กล้าเสีย
๐ ไม่ฉวยโอกาส จริงใจ มีหัวใจเดียวกับม็อบ